เนื่องด้วยกิจกรรมประจำปีของบริษัทฯ จึงของดการสื่อสารผ่านโทรศัพท์ตั้งแต่ วันเสาร์ ที่ 6 ม.ค. 2024 เวลา 8.30 น. ถึงวันอาทิตย์ ที่ 7 ม.ค. 2024 เวลา 17.00 น. ส่วนช่องทางอื่นยังสามารถติดต่อได้ตามปกติค่ะ 📧: support@netway.co.th 👨💻Web chat: [[URL]]/ 💙Facebook Messenger: @netway.official https://www.facebook.com/netway.official 💚Add Line ID: @netway https://bit.ly/line-netway Netway Communication ขออภัยในความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้น มา ณ ที่นี้
Microsoft เปิดตัว Paint Cocreator ใช้ AI สร้างภาพผ่านโปรแกรมในตำนาน Microsoft เปิดตัว Paint Cocreator โมเดลสร้างรูป AI จากการเขียน Prompt ด้วยความสามารถอันทรงพลังจาก DALL-E สามารถเจนรูปภาพได้หลากหลายและสมจริงวิธีใช้ Paint Cocreator Cocreator ใช้งานได้บนแอป Microsoft Paint โดยคลิกไอคอน Cocreatorป้อนคำอธิบายรูปภาพที่ต้องการโดยละเอียดในกล่องข้อความ เลือกสไตล์การวาดจากนั้นกดปุ่มสร้างภาพได้เลย Cocreator จะออกแบบภาพออกมาสามรูปให้สามารถเลือกตามความชอบ หรือจะปรับแก้ไขเพิ่มเติมก็ได้เช่นกันMicrosoft เน้นย้ำแนวทางปฏิบัติด้าน AI โดยรับผิดชอบกรองเนื้อหาเพื่อป้องกันการเจนภาพที่เป็นอันตรายหรือไม่เหมาะสม ซึ่งผู้ใช้สามารถรายงานปัญหาใด ๆ ได้บนแผงด้านข้างของ Cocreator และมีหน้าที่รับผิดชอบการใช้ Cocreator หลีกเลี่ยงภาพที่ละเมิดสิทธิ์ ความเป็นส่วนตัว หรือละเมิดกฎหมายต่อผู้อื่นนอกจากนี้ Microsoft ให้ความมั่นใจแก่ผู้ใช้ด้วยการเคารพความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล บริการ Azure DALL-E จะส่งรูปภาพที่สร้างด้วย AI ให้กับผู้สร้างเท่านั้น โดยระบบคลาวด์ของ Microsoft จะไม่จัดเก็บรูปภาพเหล่านี้เอาไว้ผู้ใช้งาน Cocreator จำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft และจะได้รับเครดิตเบื้องต้นไว้ใช้ในการเจนภาพในฟีเจอร์นี้จำนวน 50 เครดิต ซึ่งการเจนภาพแต่ละครั้งจะใช้อยู่ที่หนึ่งเครดิต ซึ่งอาจจะมีการอัปเดตการให้ใช้งานได้มากขึ้นในอนาคตปัจจุบันการใช้งาน Cocreator ยังอยู่ในช่วงทดลอง โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเอาไว้และรออีเมลตอบกลับเพื่ออนุมัติการทดลองใช้งาน ขณะนี้ Cocreator มีให้บริการในบางภูมิภาคได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา อิตาลี และเยอรมนี และสามารถใช้งานได้เฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้นCredit: microsoft, theverge, techsauce,
รัฐบาลไทยและไมโครซอฟท์ ประกาศร่วมมือ เพื่อนำประเทศไทยสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมดิจิทัลและAI ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาศักยภาพทางดิจิทัลของประเทศไทยในทุกมิติอย่างยั่งยืน พร้อมปูทางสู่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มี AI และคลาวด์เป็นหัวใจหลักกรุงเทพฯ / ซานฟรานซิสโก 16 พฤศจิกายน 2566 – รัฐบาลไทยและไมโครซอฟท์ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภายใต้วิสัยทัศน์ในการยกระดับประเทศไทยให้มุ่งสู่ก้าวต่อไปกับนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยข้อตกลงฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะนำเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ที่เปี่ยมประสิทธิภาพจากไมโครซอฟท์มาเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศไทย สร้างโอกาสใหม่ๆ ในการจ้างงานที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และปูทางให้ประเทศไทยมุ่งสู่ความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ทั้งในด้านนวัตกรรมดิจิทัลและความยั่งยืนในโอกาสนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายสัตยา นาเดลลา ซีอีโอของไมโครซอฟท์ ได้ร่วมพบปะหารือกันที่เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมพูดคุยถึงจุดประสงค์ของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับดังกล่าว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยนวัตกรรมดิจิทัลไมโครซอฟท์จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สอดคล้องกับนโยบายด้านรัฐบาลดิจิทัลและการใช้บริการระบบคลาวด์ภาครัฐ หรือ Cloud First ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนภาคการเกษตร สาธารณสุข การท่องเที่ยว และการศึกษา นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังจะร่วมพิจารณาแผนการลงทุนก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย เพื่อยกระดับการใช้งานคลาวด์และ AI ต่อไปในอนาคต และพร้อมกันนี้ ไมโครซอฟท์จะให้การสนับสนุนกับรัฐบาลไทยในด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ด้วยการนำเสนอแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุด พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญจากบุคลากรชั้นนำของบริษัทปูทางสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AIไมโครซอฟท์จะทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการพัฒนาและผสมผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับโครงการด้านรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) และบริการสาธารณะต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่คนไทย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีแผนที่จะร่วมกันจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเชิงกลยุทธ์ด้าน AI (AI Center of Excellence) เพื่อยกระดับโครงการที่ใช้เทคโนโลยี AI ของภาครัฐ จัดทำโรดแมปที่จะช่วยให้การนำเทคโนโลยี AI มาใช้งานเกิดขึ้นได้จริง และส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมในภาคส่วนและอุตสาหกรรมต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยังจะร่วมหารือกับไมโครซอฟท์เกี่ยวกับการกำหนดทิศทางนโยบายและกรอบการกำกับดูแล เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพเสริมทักษะคนไทยเพื่อชีวิตในยุคหน้าไมโครซอฟท์จะสานต่อพันธกิจในการยกระดับทักษะแห่งอนาคตสำหรับคนไทยกว่า 10 ล้านคน ผ่านทางความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานอื่นๆ โดยครอบคลุมทักษะสำคัญในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาษาที่สองเพื่อการสื่อสารหรือความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงการฝึกฝนนักพัฒนานวัตกรรมรุ่นใหม่ในทุกสายอาชีพ (Citizen Developers) ในรูปแบบที่เปิดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้นยกระดับประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนหน่วยงานภาครัฐของไทยจะทำงานร่วมกับไมโครซอฟท์เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 ผ่านทางการสร้างพื้นที่ทดสอบสำหรับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Sandbox) เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วน นับตั้งแต่ภาครัฐ องค์กรเอกชนขนาดใหญ่ ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อย นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังมีแผนที่จะนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้งานเต็ม 100% ในโครงการและแผนการลงทุนในอนาคตอีกด้วยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “พันธกิจของประเทศไทย นับตั้งแต่ด้านการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนไปจนถึงการใช้พลังงานหมุนเวียน นับว่ามีทิศทางที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของไมโครซอฟท์ โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างทั้งความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและศักยภาพเชิงดิจิทัลของประเทศไทยไปพร้อมกัน”นายอาเหม็ด มาซารี ประธาน ไมโครซอฟท์ เอเชีย กล่าวเสริมอีกว่า “เทคโนโลยี AI มีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางและวิธีการทำงานของทั้งผู้คนและองค์กรทั่วโลก สำหรับประเทศไทยนั้น แผนปฏิบัติการของรัฐบาลได้วางเป้าหมายในการนำ AI มาขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วนเป็นมูลค่ากว่า 48,000 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2570[1] และเราก็มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับรัฐบาลไทยเพื่อมุ่งสู่อนาคตที่มี AI เป็นนวัตกรรมคู่คิดของประเทศไทย”
2023: รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Sapna Chadha, Geia Lopez/พฤศจิกายน 2566Download เศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโต แต่หากจะบรรลุเป้าหมายที่สูงขึ้น ธุรกิจต้องทุ่มเทกับการทำกำไรให้มากขึ้นอย่างในปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจระดับมหภาคที่เกิดขึ้นทั่วโลก ธุรกิจต่างๆ หันมาใช้วิธีที่ยั่งยืนและเน้นพึ่งพาตัวเองในการสร้างการเติบโต ทำให้ภูมิภาคนี้สร้างรายได้สูงเป็นสถิติใหม่ที่ 1แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 นี้ ซึ่งเท่ากับเติบโตเร็วกว่ามูลค่าสินค้ารวมของ 2 ปีก่อนหน้าถึง 1.7 เท่า1ความสำเร็จอันโดดเด่นนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าการทำกำไรคือเส้นทางที่เหมาะสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการก้าวสู่ “ทศวรรษแห่งดิจิทัล” และดึงศักยภาพของช่วงเวลานี้ รายได้จำนวนมหาศาลนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นตัวและศักยภาพในการเติบโตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่ 70% - 80%2 ที่ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นี้ทำให้เข้าถึงบริการดิจิทัลได้อย่างสะดวกสบายและกระตุ้นการบริโภคในหมู่ประชากรเมืองที่มีความมั่งคั่งในภูมิภาคเมื่อการทำกำไรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ธุรกิจจึงจำเป็นต้องปรับตัว จากรายงาน e-Conomy SEA 2023 โดย Google, Temasek และ Bain พบว่าวิธีการสำคัญหนึ่งในการสร้างรายได้และกำไรจากธุรกิจ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการมีส่วนร่วมกับผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูง ในบทความนี้ เราจะเปิดอินไซต์หลักๆ จากผลการสำรวจเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้ากลุ่มนี้ใน 6 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม และกลยุทธ์ในการชนะใจพวกเขาผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงคือใครและสำคัญอย่างไรผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงคือกลุ่มผู้ใช้จ่ายออนไลน์ที่มียอดใช้จ่ายมากที่สุด 30% ซึ่งมีสัดส่วนยอดใช้จ่ายในเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งหมดของภูมิภาคมากกว่า 70% นอกจากนี้ เกือบครึ่งหนึ่งของคนกลุ่มนี้ยังวางแผนที่จะใช้จ่ายทางออนไลน์เพิ่มขึ้นในปีหน้า พวกเขาจึงมีความสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับนักการตลาดที่มุ่งเน้นการทำกำไรผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงมีความหลากหลายมากกว่าที่เราคิด แม้ว่า 52% ของพวกเขาจะเป็นผู้มีฐานะ แต่ส่วนที่เหลือคือผู้มีรายได้ปานกลางเป็นส่วนใหญ่ และไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ทั้งหมด โดยเกือบ 1 ใน 4 อาศัยอยู่นอกหัวเมืองหลัก ซึ่งหมายความว่าพวกเขาอาจอยู่ในกลุ่มเป้าหมายของคุณไม่ว่าคุณจะเน้นให้บริการประชากรกลุ่มใดก็ตาม เท่ากับว่าคุณกำลังถือกุญแจสู่การสร้างรายได้อยู่ในมือ เนื่องจากลูกค้าเหล่านี้ใช้จ่ายมากกว่าผู้บริโภคออนไลน์ทั่วไปถึง 6.5 เท่า5คุณสามารถชนะใจผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูง และทำกำไรจากพวกเขาได้ด้วย 2 กลยุทธ์นี้1. การตอบสนองต่อความคาดหวังของพวกเขาสิ่งสำคัญที่เราได้จากการสำรวจคนกลุ่มนี้ก็คือ แบรนด์ไหนทำไม่ได้ก็ไม่สน เพราะ 49% ของพวกเขาจะเริ่มหันไปมองตัวเลือกในการช็อปปิ้งอื่นทันทีที่แพลตฟอร์มดิจิทัลไม่เป็นไปตามที่พวกเขาคาดหวัง6ผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงยังคาดหวังประโยชน์อื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากเรื่องราคา เช่น สมัครใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและสินค้าของใช้ทั่วไปทางออนไลน์และใช้ต่อมาเรื่อยๆ เพราะได้รับความสะดวกสบายนอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย โดยในบริการทั้ง 7 ประเภทที่เราทำการสำรวจ ซึ่งรวมถึงอีคอมเมิร์ซ ของใช้ทั่วไป การขนส่งและบริการส่งอาหาร ผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงให้คะแนนความพึงพอใจต่ำสุดสำหรับบริการหลังการขายอย่างการคืนสินค้าและการคืนเงิน การรับประกัน และรางวัลคะแนนสะสมเคล็ดลับสำหรับนักการตลาด:ทำให้ผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงกลับมาเรื่อยๆ ด้วยการปรับปรุงบริการหลังการขาย ตั้งแต่การจัดส่งและการรับสินค้าไปจนถึงการคืนสินค้าและการคืนเงินตัวอย่างเช่น ลดความขัดแย้งเกี่ยวกับการจัดส่งโดยให้พวกเขาเลือกวิธีการได้รับสินค้าเอง คุณอาจจะเปิดใช้คำอธิบายประกอบการจัดส่งฟรีและรวดเร็วใน Shopping Ad, ข้อมูล “ซื้อใน Google” และข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่แสดงฟรี หรือจะใช้การรับสินค้าในภายหลังสำหรับ Shopping Ad เพื่อเปิดให้รับสินค้าที่ร้านก็ได้การสื่อสารให้ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายการคืนสินค้าและการคืนเงินใน Shopping Ad และข้อมูลที่แสดงฟรีจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้มูลค่าสูง และกระตุ้นให้พวกเขาดำเนินการซื้อจนเสร็จสิ้น เมื่อจะทำการรีมาร์เก็ตติ้งไปที่พวกเขา อย่าลืมแสดงให้พวกเขาเห็นถึงคุณสมบัติเพิ่มเติมเหล่านี้เพื่อให้พวกเขากลับมาซื้อซ้ำ2. กระตุ้นให้ผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงใช้จ่ายมากขึ้นด้วยการเพิ่มแรงจูงใจอีกสิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากการสำรวจผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงคือ พวกเขายินดีจ่ายเพิ่ม และโดยรวมยังจ่ายมากกว่าด้วย ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถสร้างรายได้มากขึ้นและมีโอกาสในการทำกำไรสูงโดยลูกค้ากลุ่มนี้กล่าวว่า ตนยินดีจ่ายมากกว่าเดิมถึง 53% โดยเฉลี่ยเพื่อการจัดส่งอาหารและผลิตภัณฑ์อีคอมเมิร์ซคุณภาพสูง สิทธิประโยชน์ในบริการขนส่ง ชื่อเสียงที่ดีของแบรนด์ในประเภทของใช้ทั่วไป และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในการลงทุน8นอกจากนี้พวกเขายังยินดีใช้จ่ายมากขึ้น 39% โดยเฉลี่ย ใน 7 ประเภทบริการหากไม่มีอุปสรรคในการใช้จ่ายทางออนไลน์ โดยบริการประเภทที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูงสุดจะอยู่ในกลุ่มของใช้ทั่วไป เกมมิ่ง อีคอมเมิร์ซ และการจัดส่งอาหาร9ในแง่ของอุปสรรคในการใช้จ่าย 16% ของผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงที่ยังไม่เคยใช้จ่ายทางออนไลน์ในบริการกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือมากกว่าของ 7 ประเภทบริการนี้ จะเริ่มหันมาใช้หากแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือแอปใช้งานง่าย ในขณะที่อีก 15% จะหันมาใช้หากมีสินค้าและบริการพร้อมจำหน่ายมากขึ้นบนแพลตฟอร์มหรือแอป10อุปสรรคอื่นๆ ที่รั้งไม่ให้ผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงใช้จ่ายมากขึ้นยังรวมถึง ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำหรืออัตราค่าธรรมเนียมที่สูง ค่าใช้จ่ายแฝง โดยเฉพาะในบริการการเดินทาง รวมไปถึงระยะเวลารอที่ยาวนานในบริการขนส่งและการจัดส่งเคล็ดลับสำหรับนักการตลาด:นอกจากจะกำจัดอุปสรรคเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายทางออนไลน์มากขึ้นและเพิ่มคุณสมบัติที่กระตุ้นการใช้จ่ายแล้ว คุณยังควรโปรโมตคุณสมบัติเหล่านี้กับผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงด้วย ซึ่งจะกลายเป็นตัวกระตุ้นความมั่นใจที่สร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ของคุณและทำให้พวกเขาตัดสินใจจ่ายเพิ่มกับคุณเศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังอยู่ในขาขึ้นบนเส้นทางสู่การทำกำไร การมีส่วนร่วมกับผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ไปถึงเป้าหมายนี้ได้ โดยแบรนด์จะต้องตอบสนองต่อความคาดหวังและสร้างแรงจูงใจให้พวกเขาใช้จ่าย เพื่อปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ ในภูมิภาคที่ไม่เคยหยุดนิ่งนี้Download
🍁Netway Combo - November 2023🍁 ลมหนาว 2023 นี้ เราขอเสนอ Promotion และอัพเดทเทคโนโลยีที่คุณไม่ควรพลาด✨💚VMware HPE Enterprise - New infrastructure Updates (2023) https://shorturl.at/cyNO8😊ส่วนลดพิเศษ Linux / Windows VMware สูงสุด 40% https://shorturl.at/dxBG9💻Microsoft Copilot และ Microsoft 365 Copilot คืออะไร ฟรีไหม ราคาเท่าไหร่ ทำอะไรได้บ้างhttps://shorturl.asia/TEL6a📲9 เหตุผลในการใช้งาน Airplane Mode แม้ว่าคุณจะไม่ได้เดินทางก็ตาม https://www.shorturl.asia/S4nEe🖥️10 เทคนิคใช้คอมแบบ 2 จออย่างไร ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด https://www.shorturl.asia/PnV5Dสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือคำติชมใดๆ สามารถติดต่อ Netway Communication ได้ 24 ชม. 📲: 02 055 1095 📧: support@netway.co.th 👨💻Web chat: [[URL]]/ 💙Facebook Messenger: @netway.official https://www.facebook.com/netway.official 💚Add Line ID: @netway https://bit.ly/line-netway#Microsoft365 #MicrosoftCopilot #Copilot #Airplane Mode #Monitors #HPE #Linux #VMware