หากต้องการสร้างอีเมลในรูปแบบ Forwarding (Redirection) และไม่ให้เก็บข้อมูลอีเมลต้นฉบับไว้สามารถทำได้ตามวิธีด้านล่าง วิธีการตั้ง Email Forwarding ใน Mailenable 1. เข้าไปที่ Mailenable >> Post Offices >> (เลือกโดเมน) >> Mailboxs >> (เลือกอีเมลที่ต้องการตั้ง) >> เลือกที่ Redirection 2. ใส่อีเมลที่ต้องการ forward ไปหา ในกรณีที่ต้องการให้ forward ไปอย่างเดียว โดยที่ไม่ต้องเก็บอีเมลไว้ที่ account ต้น ให้เอา checkbox ที่ Keep a copy of the message in mailbox ออก
หากเราติดตั้ง .NET Framework 3.5 Features ผ่าน Add Roles and Features Wizard หรือโหลด File Install มาติดตั้งเองแล้วมี error : 0x800F081F โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากไม่พบไฟล์ที่ต้นทางทำให้ไม่สามารถติดตั้งได้ แนวทางการแก้ไขคือให้เราติดตั้งผ่าน File ISO Windows โดยเราสามารถ Download file ISO ได้จากเว็บไซต์ของ Microsoft วิธีการติดตั้งผ่าน File ISO 1. เปิด file ISO ที่ Download มาเรียบร้อยแล้ว 2. เปิด Command Prompt (CMD) 3. พิมพ์คำสั่ง Dism /online /enable-feature /featurename:NetFx3 /All /Source:Drive?:\sources\sxs /LimitAccess ที่ Command Prompt (CMD) Drive? คือ Drive ที่เราเปิดไฟล์ ISO ขึ้นมา 4. รอให้ติดตั้ง .NET Framework 3.5 จนมีข้อความแจ้งว่า The operation competed succussfully เพียงเท่านี้ก็ติดตั้งเรียบร้อยครับ
Function การใช้งานตรวจสอบสถานะการใช้งานเกี่ยวกับ Disk Performance บน Windows Server ใน Task Manager ถูกตัดออกตั้งแต่ Windows Server 2012 ทำให้เราจะไม่เห็นการแสดงสถานะดังกล่าว แต่ถ้าหากเราต้องการเปิดใช้งานขึ้นมา สามารถทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนนี้ครับ 1. ปิดการใช้งาน Task Manager 2. เปิดใช้งาน Command Prompt (CMD) 3. พิมพ์คำสั่ง diskperf -y แล้วกด enter หลังจากนั้นจะแสดงข้อความ 4. เปิดใช้งาน Task Manager อีกครั้ง เท่านี้เราก็จะมีการแสดงข้อมูลของ Disk Performance แล้วครับ *** หากเราต้องการยกเลิกการใช้งาน ให้กดคำสั่ง diskperf -n ***
หากเราทำการติดตั้ง OS Windows Server ใหม่ เราคงจะคุ้นกับหน้าต่างการใช้งานของ Server Manager กันนะครับ เพราะเจ้าหน้าต่างนี้จะเปิดขึ้นมา ตั้งแต่เราเข้าสู่หน้าจอหลักของ Windows Server แต่จะมีใครรู้บ้างล่ะ ว่าเจ้า Server Manager ทำไมต้องขึ้นมาก่อน วันนี้เราจะมาลองใช้งานดูกันนะครับ ว่าเจ้า Server Manger ทำอะไรได้บ้าง 1. หน้า Dashboard หน้า Dashboard จะเป็นการแสดง Service การใช้งานต่างๆ ที่ติดตั้งผ่าน Add Roles and Features และแจ้งสถานะต่างๆ ที่เกิดขึ้น บน Service ที่ใช้งานอยู่บน Server ซึ่งเราสามารถตรวจสอบและเข้าไปแก้ไขได้ทันที 2. หน้า Local Server ส่วนนี้เป็นเหมือน shortcut ของฟังก์ชั่นการใช้งานเบื้องต้น ทำให้เราสามารถ แก้ไขข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดได้ ครบถ้วน เราจะมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง 1. Computer Name >> แก้ไขชื่อเครื่อง Server 2. Workgroup >> แก้ไข Group ที่เราต้อง join 3. Windows Firewall >> สามารถแก้ไข Port ที่จำเป็นต้องใช้งานได้เลย 4. Remote Management >> จัดการเรื่องของสิทธิ์การเข้าถึงจากเครื่องอื่น 5. Remote Desktop >> ตั้งค่าการใช้งาน RDP 6. Ethernet >> ส่วนจัดการ IP Address และ Network ที่จำเป็น 7. Last installed updates >> มีการอัพเดท Patch windows ล่าสุดเมื่อไร 8. Windows Update >> ตั้งค่าการอัพเดท Patch windows 9. Last checked for updates >> มีการตรวจ Patch update สอบล่าสุดวันไหน 10. Windows Defender >> ตั้งค่าการป้องกัน 11. IE Enhanced Security Configuration >> การป้องกันของ IE เปิดหรือไม่ 12. Time zone : ตั้งค่าเวลาบนเครื่อง 13. Product ID : License ที่ใช้งานเป็นแบบใด มีการ Activate หรือยัง 14. ส่วนของการแสดงรายละเอียดของ Server เช่น OS , Hardware เป็นต้น ซึ่งเมนูการใช้งานทั้งหมดนี้ เป็นเหมือน Shortcut ทำให้เราสามารถแก้ไขข้อมูลต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยไม่ต้องไปเข้าผ่านในหลายๆ เมนู 3. หน้า All Server จะเป็นส่วนแสดงผล Server ทั้งหมด เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ และง่ายต่อการเข้าถึง 4. หน้าต่าง File and Storage Services Server >> Volumes ส่วนนี้จะแสดงข้อมูล Drive ทั้งหมดที่เรามี เช่นเดียวกับหน้าต่าง MyComputer ทำให้เราสามารถจัดการพื้นที่การใช้งานที่ของเราได้ เช่น การปรับเพิ่ม ลด พื้นที่ เป็นต้น Server >> Disk ส่วนนี้สามารถจัดการสร้าง Drive หรือ Format Disk ได้ 5. Events ส่วนของ Events จะเป็นการแจ้งเตือนปัญหาของแต่ละ Service โดยจะมีการแบ่งเป็น Warning และ Error หากต้องการจะเลือกดูเฉพาะ Service ก็สามารถทำได้ โดยการเลือก Service ที่ต้องการตรวจสอบที่ด้านซ้ายมือ Events ก็จะแจ้งเตือนเฉพาะ Service ที่ด้านล่าง จากที่ได้ลองใช้งานมาถือว่า Server Manager สามารถช่วยลดเวลาในการทำงานได้พอสมควรเลยนะครับ หากใครยังไม่เคยใช้งาน ก็ลองดูนะครับ เพราะคุณอาจจะลืมวิธีที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ได้เลย
ระยะเวลาในการส่งมอบบริการ (SLA): 1 ชั่วโมงหลังจากได้รับการยืนยันการสั่งซื้อสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนขอเปิดบริการ (Pre-requisite): ก่อนเริ่มต้นบริการนี้ คุณต้องมีสิ่งต่อไปนี้ จำนวนของ Credit ที่ต้องการสั่งซื้อ ขั้นตอนที่ลูกค้าต้องทำ (Actions for you): ดำเนินการส่งคำสั่งซื้อโดยล็อกอินเข้าระบบ netway.co.th คลิกที่นี่เพื่อเข้าสู่ Order Page เลือก credit package ที่ต้องการสั่งซื้อ ยืนยันการชำระเงิน อื่นๆ (Others): ระบบนังไม่สามารถให้ใส่จำนวน credit เองตามต้องการได้ จำเป็นต้องเลือก package ตามที่มีในระบบเท่านั้น Credit ที่เพิ่มจะปรากฎใน MailChimp Portal ของคุณ______________________________________________________________________________________________ Netway Communication ให้บริการด้าน MailChimp พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย Office 365, G Suite, Zendesk, SSL ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netway Facebook : m.me/netway.offcial Tel : 02-055-1095 Email : support@netway.co.th Web Chat : https://netway.co.th/ #ให้เราช่วยคุณเรื่องไอที #การสื่อสาร Netway #มีครบจบที่เดียว #Netway Communication #NetwayTraining #NetwayConnect #MailChimp