Netway Combo - July 2025 อัพเดตข่าวสารจากเน็ตเวย์ฯ เกี่ยวกับซอฟต์แวร์อะไรต้องใช้ ฟีเจอร์อะไรต้องลองบ้าง Windows 11 มีฟีเจอร์อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง อ่านต่อ Microsoft 365 Copilot ใน Excel อ่านต่อ เทคนิคการแปลงรูปภาพให้เป็นข้อมูลใน Excel โดยไม่ต้องพิมพ์ อ่านต่อ การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) คืออะไร อ่านต่อ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือคำติชมใดๆ สามารถติดต่อ Netway Communication ได้ 24 ชม. Tel: 02 055 1095 Email: support@netway.co.th Web chat: [[URL]]/ Facebook Messenger: @netway.official หรือ https://www.facebook.com/netway.official Add Line ID: @netway, https://bit.ly/line-netway #Microsoft365 #MicrosoftTeams #Microsoft 365 Copilot #Cloud #Copilot #Excel #Windows11
Windows 11 มีฟีเจอร์อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง ระบบปฏิบัติการ windows ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในเวอร์ชัน Windows 11 มาพร้อมกับ Copilot ที่มีในทุกอุปกรณ์ฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI รวมถึงการป้องกันด้านความปลอดภัย คุณสมบัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI คุณสมบัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถใช้งานได้ใน Windows 11 คุณสมบัตินี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของพีซี ทำให้ Windows 11 ใช้งานง่ายและปลอดภัยมากขึ้น เช่น Smart App Control AI Smart App Control เป็นฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ติดตั้งมาใน Windows 11 ที่ช่วยป้องกันมัลแวร์และตรวจสอบแอปพลิเคชันที่ไม่ปลอดภัย โดยทำงานควบคู่กับซอฟต์แวร์ความปลอดภัยอื่นๆ Microsoft Copilot Copilot คือผู้ช่วย AI ของระบบที่พร้อมช่วยเหลือคุณในการทำงานได้รวดเร็วเหมือนมืออาชีพ Generative erase การลบภาพแบบอัตโนมัติ ลบองค์ประกอบออกจากรูปภาพได้อย่างแนบเนียนเหมือนไม่มีอะไรมาบดบังมาก่อน การสร้างและแก้ไขรูปภาพทำได้เองเหมือนมืออาชีพ ด้วยเครื่องมือ AI ใน Paint เช่น สามารถสร้างและคัดลอกหรือแก้ไขรูปภาพโดยลบพื้นหลังของภาพออกได้ ไฟล์รวมอยู่ในที่เดียว (All your files in one place) ใน Windows การค้นหาไฟล์ใน File Explorer จะรวบรวมไฟล์และโฟลเดอร์ทั้งหมดไว้ในที่เดียว ประกอบด้วยไฟล์ที่แนะนำ ไฟล์โปรดปราณ และไฟล์ล่าสุดที่คุณใช้ รวมถึงฟีเจอร์การเติมข้อความอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับงานที่ทำอยู่เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ปักหมุดโฟลเดอร์ที่ใช้บ่อย (Pin your favorite folders) ปักหมุด (Pin) โฟลเดอร์ใช้งานบ่อยๆใน File Explorer เพื่อให้ค้นหาได้อย่างรวดเร็ว เพียงคลิกขวาที่โฟลเดอร์แล้วเลือกปักหมุด (Pin) ในการเข้าถึงอย่างรวดเร็ว เข้าถึงไฟล์ได้เร็วขึ้น (Get to your files faster) สามารถกดปุ่มโลโก้ Windows + E เพื่อเปิด File Explorer และค้นหาไฟล์และโฟลเดอร์ที่ต้องการ รวมถึงไฟล์และโฟลเดอร์บน OneDrive สามารถใช้แท็บใน File Explorer เพื่อสลับระหว่างโฟลเดอร์ได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ปุ่มลัด Ctrl + T เพื่อเพิ่มแท็บใหม่ วิธีใหม่ในการเรียกดูภาพถ่าย (A new way to browse your photos) เพิ่มรูปภาพจากโทรศัพท์ พีซี และที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ของคุณเอง ไปยังแกลเลอรีของ File Explorer เพื่อแสดงผลทั้งหมดในที่เดียว การบันทึกหรือแคปเจอร์สิ่งที่อยู่บนหน้าจอ (Record what’s on your screen) หากภาพนั้นอยู่บนหน้าจอ สามารถจับภาพหรือบันทึกภาพนั้นได้ด้วยเครื่องมือ Snipping Tool และ Screen Recorder เพียงแค่คลิกลาก เพื่อเลือกจัดกรอบภาพและบันทึกภาพนั้นออกมาได้ เชื่อมต่อพีซีและโทรศัพท์ (Connect your PC and your phone) มีการรับ-ส่ง โต้ตอบระหว่างอุปกรณ์มือถือและพีซี Windows 11 ของคุณด้วย Phone โดยเชื่อมต่ออุปกรณ์ Android หรือ iPhone เพื่ออ่านและจัดการแจ้งเตือนการรับและส่งข้อความ, โทรออก หรือรับสายโดยตรงจากพีซี เครื่องมือช่วยประหยัดเวลา (Time-saving tools) เลย์เอาต์ Snap สามารถจัดระเบียบสิ่งที่อยู่บนหน้าจอและปรับแต่งเลย์เอาต์ให้ใช้งานง่ายขึ้น เพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการได้สะดวกรวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความปลอดภัย (It’s a new era for security) ในยุคของ AI ในพีซี Windows 11 นี้มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยหลายชั้นเพื่อช่วยให้เครื่อง Windows ปลอดภัยที่สุดและสนุกกับการใช้เทคโนโลยีไปพร้อมๆกัน Application ใน Windows ใน Windows 11 มีแอปและโปรแกรมที่ช่วยให้คุณทำสิ่งที่ต้องการได้เอง เช่น Photo and movie editing Touch, Voice, Pen Apps เนื่องจาก Windows 10 จะยุติการซัพพอร์ตในปลายปีนี้ 2568 (ค.ศ. 2025) ผู้ใช้จึงต้องเตรียมพร้อมอัปเกรดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเลือกใช้ซอฟต์แวร์ (Software) ใหม่เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล สำหรับผู้ที่สนใจ Windows 11 สำหรับผู้ที่สนใจสั่งซื้อระบบปฏิบัติการ Windows 11 กับเน็ตเวย์ฯ สามารถอ่านรายละเอียดราคาได้ที่หน้าเว็บไซต์ Windows 11 Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ อ้างอิง: microsoft.com
เทคนิคการแปลงรูปภาพให้เป็นข้อมูลใน Excel โดยไม่ต้องพิมพ์ ความรู้เกี่ยวกับการแปลงรูปเป็นข้อความ OCR (Optical Character Recognition) คือ เทคโนโลยีการอ่านค่าอักขระด้วยแสง ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถแปลงข้อความจากรูปภาพให้เป็นข้อความที่แก้ไขได้ ซึ่งนับได้ว่าเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) รูปแบบหนึ่งในสายงานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ สามารถดึงข้อความจากรูปไฟล์นามสกุล เช่น: .JPG, .PNG, .BMP, .GIF, .JPEG ส่วนฟีเจอร์ Data from Picture ใน Excel สามารถเปลี่ยน รูปภาพที่มีข้อมูลตาราง ให้เป็น ข้อมูลตัวอักษร ที่สามารถแก้ไขได้ โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ข้อมูลเองทั้งหมด และลดความผิดพลาดจากการพิมพ์ข้อมูล ซึ่งช่วยให้งานเอกสารทำได้รวดเร็วมากขึ้น ฟีเจอร์ใน Microsoft Excel โดยใน Microsoft Excel เวอร์ชันใหม่ๆ มีฟังก์ชัน "Data from Picture" หรือการแปลงข้อมูลจากรูปภาพ ซึ่งมีใน Excel จาก Microsoft 365 เวอร์ชันเว็บ (Web) และเวอร์ชันสำหรับวินโดวส์ (Windows) โดยได้เพิ่มฟีเจอร์นี้ไว้ที่เมนู Data ซึ่งประโยชน์คือสามารถแปลงข้อความภาษาอังกฤษและตัวเลขจากรูปภาพ (ยังไม่รองรับภาษาไทย) ให้เป็นข้อความตัวอักษรที่แก้ไขได้ง่ายขึ้น ส่วนการแสดงผลข้อมูลจะเป็นระเบียบสมบูรณ์มาก-น้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบข้อมูลต้นฉบับด้วยว่ามีความซับซ้อนหรือไม่ โดยอาจจะได้ข้อมูลที่มีการรวมช่องเซลล์ (Merge cell) ซึ่งผู้ใช้ต้องทำการจัดรูปแบบเองต่อจากนั้น เช่น ข้อมูลลักษณะตาราง, สแกนหรือถ่ายภาพตารางราคาโบวชัวร์, ใบแจ้งหนี้ เป็นต้น และเมื่อแปลงได้ข้อความอักษรลงใน Excel แล้วก็สามารถจัดการตกแต่งคอลัมป์, ตาราง, สี, ขนาดและอื่นๆ ตามความต้องการได้ ภาษาที่รองรับ: รองรับชุดอักขระภาษา อังกฤษ บอสเนีย โครเอเชีย เช็ก เดนมาร์ก ดัตช์ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮังการี อิตาลี นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย เซอร์เบีย สโลวัก สโลวีเนีย สเปน สวีเดน และตุรกี (ยังไม่รองรับ ภาษาไทย) เวอร์ชันที่รองรับ Excel สำหรับ Windows 11: รองรับฟีเจอร์นี้ Excel สำหรับ Windows 10: รองรับฟีเจอร์นี้เฉพาะเวอร์ชัน 1903 ขึ้นไป (ต้องติดตั้ง Microsoft Edge WebView2 Runtime อยู่แล้ว) Excel จากสมาชิก Microsoft 365: รองรับฟีเจอร์นี้ในเวอร์ชัน 2210 (Build 15723) ขึ้นไป **หมายเหตุ: เนื่องจากฟีเจอร์นี้อาจไม่มีใน Excel บางรุ่น หากท่านมีสมาชิกฟรีอีเมล (hotmail.com เดิม หรือ outlook.live.com) สามารถทดลองใช้ Excel โดยไม่ต้องติดตั้งได้ที่ (https://excel.cloud.microsoft/en-us) วิธีการใช้งาน เวอร์ชันเว็บ (Web) วิธีการแปลงข้อมูลจากรูปภาพ เข้าใช้งาน Microsoft Excel เลือกเมนู Data --> คลิก Data from Picture เลือกรูปภาพที่เตรียมไว้จากเครื่อง จะแสดงพาเนล Data from Picture ด้านขวา รอการโหลดภาพครบ 100% ที่ต้องการสักครู่ คลิกปุ่ม Insert Data --> จากนั้นคลิกปุ่ม Insert Anyway ดูผลลัพธ์ที่ได้ วิธีการใช้งาน เวอร์ชันวินโดวส์ (Windows) วิธีการแปลงข้อมูลจากรูปภาพ เข้าใช้งาน Microsoft Excel เลือกเมนู Data --> คลิก From Picture แล้วเลือก Picture From File... เลือกรูปภาพที่เตรียมไว้จากเครื่อง แล้วกดปุ่ม Insert จะแสดงหน้าต่าง Data from Picture ด้านขวา รอการโหลดภาพครบ 100% สักครู่ คลิกปุ่ม Insert Data --> จากนั้นคลิกปุ่ม Insert Anyway ดูผลลัพธ์ที่ได้ แสดงข้อมูลอักษรที่แก้ไขได้ จากนั้นจัดเรียง ตกแต่งรูปแบบตารางข้อมูลได้ตามต้องการ ตัวอย่าง ภาพที่จะนำไปแปลง หากต้องการนำไปทดสอบให้ คลิกขวาบนภาพ แล้วเลือก Save image as.. ไปยังเครื่องของท่าน สำหรับผู้ที่สนใจ Microsoft 365 สำหรับผู้ที่สนใจสั่งซื้อ Microsoft 365 กับเน็ตเวย์ฯ สามารถอ่านรายละเอียดราคาได้ที่หน้าเว็บไซต์ Microsoft 365 Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ อ้างอิง: support.microsoft.com, techcommunity.microsoft.com
Microsoft 365 Copilot ใน Excel ช่วยอะไรได้บ้าง Microsoft 365 Copilot ที่เป็นผู้ช่วย AI ผสานอยู่ในแอป Excel โดย Copilot จะรู้จักฟังก์ชั่นต่างๆ ที่มีใน Excel โดยอัตโนมัติ และมีคุณสมบัติสามารถโต้ตอบ วิเคราะห์ คำนวณ ปรับรูปแบบข้อมูลตามคำสั่งที่เราพิมพ์ผ่าน Copilot ได้จากหน้าต่างด้านข้างขวามือและจะอ้างอิงข้อมูลที่แสดงอยู่บนเวิร์กบุ๊ก (Workbook) ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Copilot สามารถใช้งานในรูปแบบตารางข้อมูลที่แสดงในช่อง Cell, Row, Column ที่เกี่ยวข้องกันโดยอ้างอิงจากคำสั่งของผู้ใช้ที่พิมพ์เข้าไป กรณีมีหลายๆ ตารางในหน้าเวิร์กชีท (Worksheet) ยังพิมพ์ระบุหรือกดเมาท์ค้างเพื่อเลือกคลุมข้อมูลได้ว่าต้องการปรับสีที่ตารางใด, วิเคราะห์ข้อมูลอะไรในตาราง, สร้างกราฟจากตารางใด, ต้องการใส่สีพื้นสีอะไรที่รายการหรือในคอลัมป์ชื่อว่าอะไร, ต้องการจัดเรียงข้อมูลในตารางใด, สร้างตัวเลือกเมนู (Dropdown), เลือกการเน้นสี (Highlight) ให้กับเซลล์ในตาราง, วิเคราะห์ราคา, คำนวณ และคำสั่งอื่นๆ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการสร้างข้อมูลด้วย ว่าจะครอบคลุมมากน้อยเพียงใด และคำสั่งที่พิมพ์ไปนั้น ต้องตรงกับข้อมูลที่มีอยู่จริง การพิมพ์คำสั่ง (Prompt) ที่ดีสอดคล้องกับข้อมูลมีดังนี้ 1. เขียนให้ชัดเจน 2. เขียนให้กระชับตรงประเด็น 3. เขียนเจาะจงรายการ 4. เขียนระบุการปรับรูปแบบที่ต้องการ 5. เขียนระบุขอบเขตเนื้อหา 6. เขียนคำสั่งเชิงบวก ตัวอย่าง: สามารถพิมพ์คำสั่งเจาะจงตารางข้อมูลได้ด้วยคำสั่งง่ายๆ เช่น “Analyze the ice cream prices” “Suggest charts for the table in Sheet2” “Color the column I’m selecting in yellow” “Show insights for the data I was just working on” “Explain the formula in G7” “Sort the table on the top right” อีกทั้งยังมีการตอบสนองต่อคำสั่งที่พิมพ์โดยแสดงสัญลักษณ์เน้นด้วยว่า Copilot กำลังทำงานอยู่ในส่วนไหน หมายเหตุ: จำหน่ายโดยใช้งานร่วมกับ Microsoft 365 ฟีเจอร์นี้พร้อมให้บริการสำหรับผู้ใช้ Windows, Mac และรุ่นเว็บ (Web) ทั้งหมด Smart Context Inference based on user’s prompt, starting with builds: Windows: Version 2505 (Build 18623.20058) Mac: Version 16.95 (Build 2506.3090) Visual highlight of inferred table, starting with builds: Windows: Version 2505 (Build 18705.20000) Mac: Version 16.96 (Build 2506.4070) สำหรับผู้ที่สนใจ Microsoft 365 Copilot สำหรับผู้ที่สนใจสั่งซื้อ Microsoft 365 Copilot ในแอปต่างๆ เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams กับเน็ตเวย์ฯ สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ Microsoft 365 Copilot Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ อ้างอิง: techcommunity.microsoft.com
การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) คืออะไร วิธีปกป้องกันข้อมูลพื้นฐานที่มักถูกมองข้ามแต่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดวิธีหนึ่ง คือการตรวจสอบสิทธิ์หลายปัจจัย (Multi Factor Authentication: MFA) ระดับความปลอดภัยแบบนี้ทำให้แฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลได้ยากขึ้น แม้ว่าจะมีรหัสผ่านอยู่แล้วก็ตาม การตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัยคืออะไร การพิสูจน์ตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi Factor Authentication: MFA) เป็นกระบวนการรักษาความปลอดภัยที่ผู้ใช้ต้องระบุปัจจัยที่แตกต่างกันสองปัจจัยขึ้นไป เมื่อเข้าสู่ระบบบัญชีแอคเคาท์ วิธีการเข้าถึงข้อมูลแบบหลายชั้นนี้ ทำให้เข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาตได้ยากขึ้น แทนที่จะเข้าถึงแค่ปัจจัยเดียว เช่น รหัสผ่าน MFA ต้องใช้หลักฐานหลายประเภทเพื่อพิสูจน์ตัวตน ซึ่งทำให้เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยได้ดีกว่า เพื่อให้เข้าใจกระบวนการของ MFA ได้แบ่งเป็น 3 ส่วนดังนี้: สิ่งที่คุณรู้ MFA คือรูปแบบการพิสูจน์ตัวตนแบบดั้งเดิมและนิยมใช้กันมากที่สุด (knowledge-based authentication) โดยปกติจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ใช้เท่านั้นที่ทราบ เช่น รหัสผ่าน Password หรือ PIN ที่เป็นแนวป้องกันด่านแรกและมักถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนที่สุดของระบบรักษาความปลอดภัย แม้ว่ารหัสผ่านจะแข็งแรงและยาก แต่ก็เสี่ยงต่อการโจมตี เช่น การขู่หลอกลวงทางโซเชียล, การฟิชชิ่งผ่านระบบออนไลน์ ตัวอย่าง: รหัสผ่านบัญชีหรือหมายเลข PIN แม้ว่าจะสะดวกสบาย แต่ปัจจัยนี้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะรับประกันความปลอดภัยได้ เนื่องจากรหัสผ่านอาจถูกขโมย เดา หรือแฮ็กได้ง่าย ถ้าหากเราตั้งค่าง่ายเกินไป สิ่งที่คุณมีอยู่ MFA คือการครอบครองซึ่งเกี่ยวข้องกับสิ่งของทางกายภาพที่ผู้ใช้ต้องเข้าถึงเพื่อพิสูจน์ตัวตน ถึงแม้ว่าใครบางคนจะรู้รหัสผ่านของคุณ พวกเขาจะไม่สามารถเข้าถึงชั้นที่สองนี้ได้ ปัจจัยนี้โดยทั่วไปจะเป็นสิ่งที่ติดตัวหรือเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ตัวอย่าง: โทรศัพท์มือถือที่สามารถรับรหัสยืนยันทาง SMS (เรียกอีกอย่างว่ารหัสผ่านแบบครั้งเดียว one-time passcodes) โทเค็นความปลอดภัย (security token) หรือสมาร์ทการ์ดที่สร้างรหัสเฉพาะทุก 2-3 วินาที แอปการตรวจสอบสิทธิ์ เช่น Google Authenticator หรือ Microsoft Authenticator ที่สร้างรหัสตามเวลาที่เปลี่ยนแปลงทุก 30 วินาที วิธีการเหล่านี้จะทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงได้ยากยิ่งขึ้น เว้นแต่พวกเขาจะขโมยอุปกรณ์หรือเจาะระบบของคุณได้โดยตรง สิ่งที่คุณเป็นอยู่ สิ่งที่คุณเป็น คือการพิสูจน์ตัวตนโดยใช้ข้อมูลชีวภาพซึ่งอาศัยลักษณะทางกายภาพหรือพฤติกรรม ปัจจัยทางชีวภาพมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวบุคคล ทำให้ยากต่อการเลียนแบบหรือปลอมแปลง ตัวอย่าง: การจดจำลายนิ้วมือ (มักพบในสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) การจดจำใบหน้า (ใช้ในโปรแกรม เช่น Face ID ของ Apple) การจดจำเสียง (มักใช้ในระบบโทรศัพท์หรือผู้ช่วย เช่น Siri หรือ Alexa) การสแกนเรตินาหรือม่านตา (ใช้ในระบบความปลอดภัยสูง) ปัจจัยนี้ช่วยให้แน่ใจว่าบุคคลที่พยายามเข้าถึงระบบเป็นบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นบุคคลนั้นจริงๆ แม้ว่าผู้โจมตีจะมีรหัสผ่านและสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ของคุณได้แต่ยังติดเรื่องการปลอมแปลงลักษณะทางชีวเฉพาะตัวอยู่อีกชั้นหนึ่ง ประเมินโครงสร้างพื้นฐานความปลอดภัย ก่อนที่จะเริ่มนำ MFA มาใช้ สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เป็นปัจจุบัน ดำเนินการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่ของคุณอย่างละเอียด และระบุว่าบัญชี แอปพลิเคชัน และระบบใดที่จำเป็นต้องใช้ MFA มากที่สุด จัดลำดับความสำคัญให้กับพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวที่สุดในธุรกิจ รวมถึง: บัญชีอีเมล (ที่มักส่งการสื่อสารและรหัสผ่านที่ละเอียดอ่อน) บริการระบบคลาวด์ (เช่น Google Workspace, Microsoft 365 เป็นต้น) บัญชีธนาคารและการเงิน (เสี่ยงต่อการฉ้อโกงและการโจรกรรม) ฐานข้อมูลลูกค้า (เพื่อปกป้องข้อมูลลูกค้า) ระบบรีโมทข้อมูลจากระยะไกล (สำหรับพนักงานที่ทำงานนอกสถานที่ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างปลอดภัย) การเริ่มต้นด้วยระบบที่สำคัญที่สุด จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า คุณได้จัดการกับความเสี่ยงที่สูงที่สุดก่อนแล้ว และสร้างรากฐานที่แข็งแรงสำหรับความปลอดภัยในอนาคต เลือกโซลูชัน MFA ที่เหมาะสม มีโซลูชัน MFA มากมายให้เลือก โดยแต่ละโซลูชันมีคุณลักษณะ ข้อดี และราคาที่แตกต่างกัน การเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับธุรกิจ ขึ้นอยู่กับขนาด ความต้องการ และงบประมาณของธุรกิจ เช่น: ตัวตรวจสอบสิทธิ์ของ Google แอปฟรีที่ใช้งานง่าย ขั้นตอนที่ 1: ตั้งค่า MFA สำหรับแอปพลิเคชันหลัก ให้ความสำคัญกับแอปพลิเคชันที่จัดเก็บหรือเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น แพลตฟอร์มอีเมล พื้นที่จัดเก็บไฟล์ (Google Drive, OneDrive) และระบบการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ขั้นตอนที่ 2: เปิดใช้งาน MFA สำหรับทีม กำหนดให้ MFA เป็นข้อบังคับสำหรับพนักงานทุกคน เพื่อให้แน่ใจว่ามีการใช้กับทุกบัญชี สำหรับพนักงานที่ทำงานนอกสถานที่และจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลแบบปลอดภัย เช่น VPN ที่มี MFA เพื่อการปกป้องเพิ่มเติมอีกชั้น ขั้นตอนที่ 3: ให้การฝึกอบรมและการสนับสนุน พนักงานบางคนอาจไม่คุ้นเคยกับ MFA องค์กรต้องให้คำแนะนำและการฝึกอบรมที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการตั้งค่าและใช้งาน จัดเตรียมแหล่งข้อมูลสำหรับซัพพอร์ตที่เข้าถึงได้ง่าย มีคู่มือรองรับปัญหาหรือคำถามใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี อ้างอิง: The Technology Press Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/