วางรากฐานดิจิทัลให้ธุรกิจโตอย่างมั่นใจ ตอนที่ 2: เมื่อระบบพื้นฐานครบแล้ว องค์กรจะพร้อมสำหรับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างไร หลังจากที่ธุรกิจมีตัวตนบนโลกดิจิทัลผ่าน Domain, Website, SSL และ Hosting แล้ว คำถามต่อมาคือ: “เราต้องทำอะไรต่ออีกหรือเปล่า?” คำตอบคือ เตรียมพร้อมสำหรับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้ธุรกิจทำงานง่ายขึ้นและเติบโตเร็วขึ้น การเติบโตขององค์กร ควรรวมถึงเรื่องยอดขาย และการมีระบบที่ช่วยให้ทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เครื่องมือพื้นฐานที่ธุรกิจควรเริ่มใช้ 1. อีเมลองค์กร อีเมลองค์กรช่วยให้การสื่อสารภายในและภายนอกดูเป็นมืออาชีพ และสามารถจัดการอีเมลได้อย่างเป็นระบบ เช่น @yourcompany.com หรือ ตัวอย่างเน็ตเวย์ คือ @netway.co.th การใช้อีเมลองค์กรแทนการใช้บริการฟรีอีเมล เช่น Outlook, Gmail หรือ Yahoo ทำให้การสื่อสารกับลูกค้า พาร์ทเนอร์ หรือองค์กรอื่น มีความเป็นมืออาชีพ ปัจจุบันมีบริการอีเมลองค์กรหลายแบบ เช่น Google Workspace, Microsoft 365 หรือใช้จากโฮสติ้งเดิมก็ได้ 2. ระบบจัดเก็บไฟล์ออนไลน์ และต่อยอดการทำงานร่วมกันได้ทุกที่ ช่วยให้ทีมงานสามารถแชร์ไฟล์ ทำงานร่วมกัน และเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ เช่น Microsoft 365 เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันผ่าน Teams, OneDrive, Word, Excel มี Copilot (AI) ช่วยสรุปงาน ประชุม เขียนเอกสาร Google Workspace ทำงานร่วมกันบน Cloud ได้ทุกที่ ใช้งานง่าย เชื่อมกับ Google Calendar และ Drive Microsoft Dynamics 365 ระบบ CRM และ ERP สำหรับองค์กรที่ต้องการจัดการข้อมูลลูกค้า และงานในองค์กรอย่างเป็นระบบ เหมาะกับองค์กรที่เริ่มเติบโต และต้องการฐานข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ 3. ระบบวิเคราะห์การเข้าชมเว็บไซต์ Google Analytics ที่ช่วยให้เราเห็นข้อมูลต่างๆ เช่น: ลูกค้าเข้ามาถึงเว็บไซต์เราจากช่องทางไหน หน้าสินค้าหรือบริการแบบไหนของเรา ที่ได้รับความสนใจสูง ระยะเวลาที่ลูกค้าอยู่บนเว็บไซต์เรานานแค่ไหน การเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้งานจะช่วยให้ปรับปรุงเว็บไซต์ให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงจุดมากขึ้น และวางแผนการตลาดได้แม่นยำขึ้น 📌 ตอนต่อไป: เราจะพูดถึง “ความปลอดภัย” ที่ต้องมีควบคู่กับการเติบโตทางดิจิทัล
วางรากฐานดิจิทัลให้ธุรกิจโตอย่างมั่นใจ ตอนที่ 1 : เริ่มต้นสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กรในยุคดิจิทัล เราคุ้นหูกับคำว่า Digital Transformation และมักสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจเราหรือไม่ เราควรเริ่มจากตรงไหน Digital Transformation คือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจ เพื่อช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเปลี่ยนจากระบบเอกสารกระดาษมาใช้ระบบออนไลน์ หรือการย้ายข้อมูลไปไว้บน Cloud แทนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องดูแลเอง ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารเปลี่ยนการจดออเดอร์ใส่กระดาษ มาใช้แท็บเล็ตสั่งของ ส่งข้อมูลตรงถึงครัว และเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ใช้ต่อยอดธุรกิจ ความน่าเชื่อถือขององค์กรจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างตัวตนสำหรับธุรกิจทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ เพราะเราอยู่ในยุคที่ผู้คนพบเห็นและหาข้อมูลได้จากแหล่งออนไลน์ หากองค์กรหรือตัวตนเราเป็นที่พบเห็นและน่าเชื่อถือ ย่อมสามารถสร้างโอกาสและต่อยอดทางธุรกิจได้เร็วกว่า เราควรเริ่มจากอะไร? 1. Domain – ชื่อที่บ่งบอกตัวตนของธุรกิจ Domain คือชื่อเว็บไซต์ของเรา เช่น yourcompany.com หรือ netway.co.th (มาจากชื่อ บริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด หรือ Netway – เน็ตเวย์) การมีชื่อโดเมนที่เป็นของตัวเองช่วยให้ลูกค้าเชื่อถือแบรนด์มากขึ้น และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอีเมลองค์กร เช่น contact@yourcompany.com ซึ่งดูเป็นมืออาชีพกว่าการใช้ Gmail หรือ Hotmail ธุรกิจที่มี Domain เป็นของตัวเอง ย่อมมีความพร้อมที่จะเติบโตในโลกดิจิทัลมากกว่า 2. Website – หน้าร้านออนไลน์ที่เปิดให้คนเห็นตลอด 24 ชั่วโมง ถึงแม้จะมีวิธีการนำเสนอองค์กรหรือสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ แต่การมีเว็บไซต์ของตัวเองจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจมากขึ้น และเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากการปรากฏบนเครื่องมือค้นหา ซึ่งสามารถเริ่มต้นจากเว็บไซต์ง่ายๆ ไม่ต้องซับซ้อน ใช้งานง่าย ภาพสวยงาม เข้าใจได้ง่ายและบอกลูกค้าได้ว่า “เราคือใคร” จากนั้นก็สามารถเริ่มต้นการซื้อขายจากเว็บไซต์ตัวเองได้ทันที เพื่อความรวดเร็ว และความปลอดภัยมากขึ้น 3. SSL Certificate – ความปลอดภัยของเว็บไซต์ SSL คือใบรับรองความปลอดภัยให้เว็บไซต์เราโดยจะมีสัญลักษณ์รูปกุญแจ และขึ้น https:// อยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ เช่น [[URL]]/ ลูกค้าจะมีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ที่มี SSL เพราะข้อมูลจะถูกเข้ารหัส ไม่ถูกดักระหว่างทาง 4. Hosting – พื้นที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ที่ต้องเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ Hosting คือพื้นที่ใช้เก็บข้อมูลเว็บไซต์ของคุณบนอินเทอร์เน็ต สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่ยุคดิจิทัล การใช้บริการ Shared Hosting คือทางเลือกที่คุ้มค่าและเหมาะสม ดังนี้: ราคาประหยัด ดูแลง่าย ไม่ต้องมีทีม IT เหมาะกับเว็บไซต์ทั่วไป เช่น หน้าแนะนำบริษัท, บริการ Shared Hosting คือจุดเริ่มต้นที่ดีโดยไม่ต้องลงทุนสูง Shared Hosting คือการแชร์พื้นที่เซิร์ฟเวอร์กับเว็บไซต์อื่นๆ ซึ่งเหมาะกับธุรกิจที่เริ่มต้นสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ และเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น อาจพิจารณาอัปเกรดเป็น VPS หรือ Cloud Hosting เพื่อรองรับการใช้งานที่มากขึ้น สรุป การมี Domain, Website, SSL และ Hosting เป็นพื้นฐานที่ธุรกิจทุกประเภทควรมีตั้งแต่เริ่มต้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือ “ภาพลักษณ์” และ “ความน่าเชื่อถือ” ที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจว่าจะทำธุรกิจกับเราหรือไม่ ธุรกิจที่มีพื้นฐาน IT ที่มั่นคง คือธุรกิจที่พร้อมเติบโตในโลกดิจิทัลอย่างมั่นใจ ตอนหน้า: เมื่อเรามีระบบพื้นฐานครบแล้ว องค์กรจะพร้อมสำหรับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างไร
ประกาศสำคัญ : การสิ้นสุดการสนับสนุน CentOS 7 สำหรับผู้ใช้งาน cPanel เตรียมอัปเกรดก่อน 31 ธ.ค. 2568 ตามที่ทาง cPanel ได้ประกาศ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 (28 May 2024) เกี่ยวกับการให้บริการ Extended Lifecycle Support (ELS) สำหรับผู้ใช้งาน CentOS 7 และ CloudLinux 7 โดยจะสิ้นสุดลงในวันที่ 1 มกราคม 2569 (1 January 2026) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ cPanel ทางบริษัท เน็ตเวย์ฯ ขอแจ้งให้ทราบดังนี้ เราจะสามารถให้การสนับสนุนสำหรับผู้ใช้งาน CentOS 7 ได้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (31 December 2025) เท่านั้น หลังจากวันดังกล่าว หากเกิดปัญหาใดๆ จากการใช้งานบนระบบ CentOS 7 ทางเราจะไม่สามารถรับผิดชอบหรือให้การสนับสนุนช่วยเหลือใดๆ ได้ และไม่สามารถคืนเงินหรือชดเชยค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดจากการใช้งานระบบที่หมดอายุการสนับสนุนแล้ว คำแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน เพื่อความปลอดภัยและความต่อเนื่องในการใช้งาน เราขอแนะนำให้คุณดำเนินการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ ไปยังเวอร์ชันที่รองรับ เช่น AlmaLinux 8/9 หรือ CloudLinux 8/9 โดยเร็วที่สุด หากคุณต้องการคำปรึกษา หรือความช่วยเหลือในการวางแผนการอัปเกรด ทีมงานเน็ตเวย์ฯ ยินดีให้บริการ ขอขอบคุณที่ไว้วางใจใช้บริการของบริษัทเน็ตเวย์ฯ และขออภัยในความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้น แหล่งข้อมูลจาก cPanel: Extended Lifecycle Support OSes Update – cPanel Blog When will cPanel stop supporting CentOS 7? – cPanel Support
Netway Combo - August 2025 📌 อัพเดตข่าวสารเรื่องความปลอดภัย, Microsoft เปิดตัว Exchange Server (SE) และสิ้นสุดการซัพพอร์ตของ Windows 10 Security defaults - ความปลอดภัยเริ่มต้น ที่ไม่ควรมองข้าม อ่านต่อ Microsoft ประกาศ Exchange Server Subscription Edition (SE) พร้อมให้บริการแล้ว อ่านต่อ Microsoft Power Automate คืออะไร อ่านต่อ Windows 10 จะสิ้นสุดการซัพพอร์ต ในวันที่ 14 ตุลาคม 2568 อ่านต่อ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือคำติชมใดๆ สามารถติดต่อ Netway Communication ได้ 24 ชม. Tel: 02 055 1095 Email: support@netway.co.th Web chat: [[URL]]/ Facebook Messenger: @netway.official หรือ https://www.facebook.com/netway.official Add Line ID: @netway, https://bit.ly/line-netway #Microsoft365 #MicrosoftExchangeServer #MicrosoftPowerAutomate #Windows10 #Windows11
Microsoft ประกาศ Exchange Server Subscription Edition (SE) พร้อมให้บริการแล้ว Microsoft ประกาศเปิดตัว Exchange Server Subscription Edition (SE) อย่างเป็นทางการ เพื่อบริการอีเมลระดับองค์กรในรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นบนคลาวด์ ภายในองค์กร หรือแบบไฮบริด แม้ว่า Exchange Online และ Microsoft 365 จะยังคงนำเสนอโซลูชันล่าสุดและล้ำสมัยที่สุด รวมถึงการผสานรวม Microsoft 365 Copilot แต่ Exchange SE แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อช่วยยกระดับ Exchange Server สู่อนาคต Subscription Edition ได้เสนอการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวิธีการให้บริการและการออกใบอนุญาต Exchange ซึ่งแตกต่างจาก Exchange เวอร์ชันก่อนหน้า Subscription Edition อยู่ภายใต้นโยบาย Modern Lifecycle Policy กล่าวคือนับจากนี้เป็นต้นไป จะมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องไม่มีวันสิ้นสุด หากลูกค้าอัปเดตการตั้งค่าให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ และ Exchange SE จะได้รับบริการอย่างต่อเนื่องในฐานะผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน สามารถติดตั้ง Exchange Server SE รุ่น Release to Manufacturing (RTM) ในรูปแบบ Cumulative Update (CU) บน Exchange Server 2019 CU14 หรือ CU15 และสามารถเชื่อมต่อร่วมกับ Exchange 2016/2019 กับองค์กรที่ใช้อยู่เดิมได้ สำหรับลูกค้าที่ใช้ Exchange 2019 อยู่แล้ว ไมโครซอฟต์แนะนำให้อัปเกรดเซิร์ฟเวอร์ CU14 หรือ CU15 แบบ in-place เป็น Exchange SE ซึ่งจะเปลี่ยนไปใช้ Exchange SE เวอร์ชันใหม่นี้ Exchange SE RTM แตกต่างจาก Exchange RTM รุ่นก่อนๆ เนื่องจากไม่มีการอัปเกรดโค้ดหลัก และไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับ Exchange 2019 CU15 เปรียบเทียบ Exchange SE RTM กับ Exchange 2019 CU15 ไม่มีการลบหรือเพิ่มฟีเเจอร์ใดๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงร่าง Active Directory (อาจต้องใช้ /PrepareAD หากอัปเกรดจาก CU14) ไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดเบื้องต้นในการติดตั้ง ไม่จำเป็นต้องมี license keys ใหม่ ความแตกต่างจาก Exchange 2019 CU15 มีดังนี้ License agreement สิทธิ์ใช้งาน (ไฟล์ RTF แสดงเฉพาะในเวอร์ชัน GUI version of Setup) ได้รับการอัปเดต เปลี่ยนชื่อจาก Microsoft Exchange Server 2019 เป็น Microsoft Exchange Server Subscription Edition หมายเลขรุ่นและเวอร์ชัน ได้รับการอัปเดตแล้ว การอัปเดตที่ผ่านมา Exchange 2019 CU15 จะถูกรวมเข้าใน Exchange SE RTM (ซึ่งจะเกิดขึ้นในการอัปเดต CU ทุกครั้ง) แม้ว่า Exchange SE รุ่น RTM จะเหมือนกับ Exchange 2019 CU15 ทุกประการ แต่หลังจากการสนับสนุน Exchange 2016 และ 2019 สิ้นสุดลงในเดือนตุลาคม 2568 (October 2025) Exchange SE จะเป็น Exchange เวอร์ชันภายในองค์กรเพียงเวอร์ชันเดียวที่รองรับ ซึ่งจะสร้างโอกาสในการทำให้ผลิตภัณฑ์ใช้งานง่าย คล่องตัว และปรับปรุงให้ทันสมัย โดยจะซัพพอร์ตการอัปเดตด้านความปลอดภัยหรือ Hotfix ตามความจำเป็น อ้างอิง: techcommunity.microsoft.com Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/