Microsoft ได้ประกาศว่า Office LTSC 2021, Project LTSC 2021 และ Visio LTSC 2021 กำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของการให้การสนับสนุน (End of Support) ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับองค์กรที่ยังใช้งานเวอร์ชันดังกล่าวอยู่ในปัจจุบัน 🔍 Office LTSC คืออะไร? Office LTSC (Long-Term Servicing Channel) เป็นเวอร์ชันของ Microsoft Office ที่ออกแบบมาสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้งานแบบ ซื้อขาด (Perpetual License) และไม่ต้องการการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่อย่างต่อเนื่องเหมือน Microsoft 365 ⚠️ ผลกระทบเมื่อสิ้นสุดการสนับสนุน เมื่อผลิตภัณฑ์เข้าสู่สถานะ End of Support จะมีผลกระทบดังนี้: ❌ ไม่มีการอัปเดตด้านความปลอดภัย (Security Updates) ❌ ไม่มีการแก้ไขบั๊กหรือปัญหาการใช้งาน ❌ ไม่ได้รับ Technical Support จาก Microsoft ❌ มีความเสี่ยงด้าน Cybersecurity เพิ่มขึ้น ❌ อาจไม่รองรับกับระบบหรือซอฟต์แวร์ใหม่ในอนาคต 🧩 ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ Microsoft Office LTSC 2021 Microsoft Project LTSC 2021 Microsoft Visio LTSC 2021 💡 ทางเลือกสำหรับองค์กร เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน Microsoft แนะนำให้พิจารณาทางเลือกดังนี้: 1. อัปเกรดเป็น Microsoft 365 - ได้รับฟีเจอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง - มีการอัปเดตด้านความปลอดภัยสม่ำเสมอ - รองรับการทำงานแบบ Cloud และ Hybrid Work - ใช้งานร่วมกับ AI เช่น Copilot ได้ 2. ใช้งาน Office LTSC เวอร์ชัน 2024 สำหรับองค์กรที่ยังต้องการใช้งานแบบซื้อขาด ทางเน็ตเวย์พร้อมจำหน่าย Office LTSC 2024, Project LTSC 2024 และ Visio LTSC 2024 รายละเอียดเพิ่มเติม CLICK 🚀 ทำไมควรเปลี่ยนตอนนี้? - ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย - เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีม - รองรับเทคโนโลยีใหม่ เช่น AI และ Automation - ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การสิ้นสุดการสนับสนุนของ Office LTSC 2021, Project LTSC 2021 และ Visio LTSC 2021 เป็นสัญญาณสำคัญให้องค์กรควรเริ่มวางแผน Upgrade หรือ Migration ไปยังแพลตฟอร์มที่ทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ -------------------------------------------------------------------- เราดีใจที่คุณยังนึกถึงเรา 👧🧔 เราพร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ผ่านทุกช่องทางที่คุณสะดวก 📧 Email: support@netway.co.th 🖥 Web Chat: https://netway.co.th 📞 Tel: 02-055-1095 💙 Facebook Messenger: @netway.official 💚 Line ID: @netway หรือ https://bit.ly/line-netway
ปัญหานี้มักจะเกิดจากมีการเก็บค่าแคชต่างๆที่ผิดพลาด ในส่วนนี้รวมไปถึงข้อมูลการเข้าใช้งานด้วย ซึ่งบางครั้งอาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้ เช่น มีการเปลี่ยนแปลงของรหัสเข้าใช้งาน และ ยังมีการเก็บค่าเดิมไว้อยู่ เป็นต้น วิธีการแก้ไข1.ทำการปิด Outlook (new)2.เข้าฟังชั่นเปิด Windows Search 3.พิม Run และใส่คำสั่ง %localappdata%\Microsoft\Olk แล้วกด OK 4.จากนั้นจะเปิดหน้าโฟร์เดอร์ขึ้นมา ให้ทำการตรวจสอบชื่อโฟรเดอร์ Ok และ ลบไฟล์แคชในโฟรเดอร์ทั้งหมด 5.ทดลองใช้งาน Outlook New อีกครั้ง หลังจากเปิดใช้งาน outlook new จะสร้างไฟล์ใหม่เพื่อแทนที่อันเดิมที่ลบไป
ปัจจุบันการใช้งาน Google Workspace ภายในองค์กรมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บเอกสาร ไฟล์งาน หรือข้อมูลมัลติมีเดียต่าง ๆ ส่งผลให้พื้นที่จัดเก็บ (Storage) อาจไม่เพียงพอต่อการใช้งานในระยะยาว บทความนี้จะแนะนำแนวทางในการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสำหรับ Google Workspace Business Plan เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานขององค์กร 1. การอัปเกรดแพ็กเกจ (Upgrade Plan) วิธีที่ง่ายและตรงที่สุดในการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ คือการอัปเกรดแพ็กเกจให้สูงขึ้น เช่น • จาก Business Starter เป็น Business Standard • จาก Business Standard เป็น Business Plus โดยแต่ละแพ็กเกจจะมีการกำหนดพื้นที่จัดเก็บต่อผู้ใช้งาน (User) ที่แตกต่างกัน เช่น • Business Standard: ประมาณ 2 TB ต่อผู้ใช้งาน • Business Plus: ประมาณ 5 TB ต่อผู้ใช้งาน แนวทางนี้เหมาะสำหรับองค์กรที่มีแนวโน้มการใช้งานพื้นที่เพิ่มขึ้นในภาพรวม 2. การซื้อพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติม (Storage Add-on) ในกรณีที่มีผู้ใช้งานบางรายที่ต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก เช่น การจัดเก็บไฟล์ขนาดใหญ่ วิดีโอ หรือข้อมูลสำรอง (Backup) สามารถเลือกซื้อพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมในรูปแบบ Add-on ได้ โดยสามารถเพิ่มพื้นที่ขั้นต่ำ 100GB ตามความต้องการ ตามแพคเกจ Google Workspace Additional Storage 100 GB Google Workspace Additional Storage 1 TB Google Workspace Additional Storage 10 TB แนวทางนี้ช่วยให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเพิ่มเฉพาะส่วนที่จำเป็น 3. การเพิ่มจำนวน License เพื่อเพิ่มพื้นที่รวม (Pooled Storage) สำหรับ Google Workspace Business Plan พื้นที่จัดเก็บจะถูกคำนวณในลักษณะ “พื้นที่รวมขององค์กร (Pooled Storage)” ซึ่งเกิดจากการรวมพื้นที่ของผู้ใช้งานทุกคนเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งาน 10 คน × 2 TB = พื้นที่รวม 20 TB ดังนั้น การเพิ่มจำนวน License จะส่งผลให้พื้นที่จัดเก็บรวมขององค์กรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย บางองค์กรอาจใช้แนวทางนี้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพื้นที่ บทความ: ลักษณะของการทำงานแบบ pooled storage4. การบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนตัดสินใจเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ แนะนำให้องค์กรตรวจสอบและบริหารจัดการพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ใช้งาน Shared Drives แทนการเก็บไฟล์ใน My Drive ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นหรือซ้ำซ้อน จัดระเบียบโครงสร้างการจัดเก็บข้อมูล การบริหารจัดการที่ดีอาจช่วยลดความจำเป็นในการซื้อพื้นที่เพิ่ม และช่วยควบคุมต้นทุนในระยะยาว สรุป การเพิ่มพื้นที่จัดเก็บใน Google Workspace สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการอัปเกรดแพ็กเกจ การซื้อ Add-on หรือการเพิ่มจำนวน License การเลือกแนวทางที่เหมาะสมจะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมในระยะยาวทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษา แนะนำแพ็กเกจที่เหมาะสม และช่วยวางแผนการเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่น ___________________________________________________________________________________________________________________________ เราดีใจที่คุณยังนึกถึงเรา 👧🧔 เราพร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ผ่านทุกช่องทางที่คุณสะดวก 📧 Email: support@netway.co.th 🖥 Web Chat: [[URL]] 📞 Tel: 02-055-1095 💙 Facebook Messenger: @netway.official 💚 Line ID: @netway หรือ https://bit.ly/line-netway
บริษัทฯขอแจ้งให้ทราบว่า Microsoft ได้ประกาศแผนการ ยุติการให้บริการ SharePoint Online และ OneDrive for Business แบบแยกเดี่ยว (Plan 1 และ Plan 2) อย่างเป็นทางการ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้ รายละเอียดการเปลี่ยนแปลง Microsoft จะยุติการจำหน่ายและให้บริการแผน SharePoint Online Plan 1 และ Plan 2 OneDrive for Business Plan 1 และ Plan 2 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับกลยุทธ์ เพื่อมุ่งเน้นการให้บริการผ่าน Microsoft 365 แบบชุด (Suite) ซึ่งมีความปลอดภัย รองรับการขยายตัว และผสานการทำงานได้ดียิ่งขึ้น กำหนดการสำคัญ สิ้นสุดการขาย: มิถุนายน 2569 (ไม่สามารถสั่งซื้อใหม่ได้หลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ลูกค้าปัจจุบันยังสามารถต่ออายุได้ตามเงื่อนไข) สิ้นสุดการต่ออายุ (End of Life): มกราคม 2570 สิ้นสุดการให้บริการ (End of Service): ธันวาคม 2572 หลังจากวันที่สิ้นสุดการให้บริการ ลูกค้าจะต้องย้ายไปใช้งาน Microsoft 365 Suite (เช่น Office 365 E3, E5 หรือ Microsoft 365 E3, E5 เป็นต้น) แนวทางการดำเนินการสำหรับลูกค้า เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่สะดุด บริษัทขอแนะนำให้ลูกค้า ตรวจสอบแผนที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน วางแผนการย้ายหรือปรับแพ็กเกจล่วงหน้า พิจารณาอัปเกรดไปยัง Microsoft 365 Suite ที่เหมาะสมกับการใช้งานขององค์กร ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษา แนะนำแพ็กเกจที่เหมาะสม และช่วยวางแผนการเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่น ___________________________________________________________________________________________________________________________ เราดีใจที่คุณยังนึกถึงเรา 👧🧔 เราพร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ผ่านทุกช่องทางที่คุณสะดวก 📧 Email: support@netway.co.th 🖥 Web Chat: [[URL]] 📞 Tel: 02-055-1095 💙 Facebook Messenger: @netway.official 💚 Line ID: @netway หรือ https://bit.ly/line-netway
การตั้งค่า Two-Factor Authentication สำหรับ Webmail วิธีการตั้งค่า Two-Factor Authenticationขั้นตอนที่ 1 เมื่อทำการ login webmail เข้ามาจะเจอ Menu Two-Factor Authenticationขั้นตอนที่ 2 ให้เข้าไปที่ Menu Two-Factor Authenticationขั้นตอนที่ 3 ให้เข้าไปที่ Set Up Two-Factor Authenticationขั้นตอนที่ 4 ให้ทำการติดตั้ง Application Google Authenticator หรือ Microsoft Authenticator บน smartphoneขั้นตอนที่ 5 ให้เปิด Application Google Authenticator หรือ Microsoft Authenticator บน smartphone แล้วทำการ Scan QR code ขั้นตอนที่ 6 ให้นำเลขที่ได้จากการ Scan QR code มาใส่ในช่อง Security Code ใน Step 2 ก็สามารถใช้งาน Two-Factor Authentication ได้แล้วครับเมื่อทำการ Login webmail เมื่อใส่ user name กับ password หน้า login แล้วก็จะต้องใส่ Two-Factor Authentication อีกครั้ง