Netway Combo - September 2024 ห้ามพลาด การอัพเดตข่าวสารจากเน็ตเวย์ฯ และเทคโนโลยีน่ารู้ DigiCert Inc. ย้ำเชื่อมั่นศักยภาพ เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น คู่ค้าระดับแพลตตินั่ม ประจำปี 2024 https://tinyurl.com/yuxd6v4z SSL แต่ละเเบรนด์ตั้งรับอย่างไร? https://tinyurl.com/5hne577r AI ช่วยงานอะไรเราได้บ้าง https://tinyurl.com/4wh5zpb4 Copilot บน OneDrive ค้นหา ช่วยสรุป ง่ายแค่คลิ้กเดียว! https://tinyurl.com/4sjzeu33 เริ่มนับถอยหลัง Windows 10 ถึงเวลาอัปเกรดพีซีของคุณแล้ว https://tinyurl.com/4b248c4u สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือคำติชมใดๆ สามารถติดต่อ Netway Communication ได้ 24 ชม. Tel: 02 055 1095 Email: support@netway.co.th Web chat: [[URL]]/ Facebook Messenger: @netway.official หรือ https://www.facebook.com/netway.official Add Line ID: @netway, https://bit.ly/line-netway #Microsoft #MicrosoftTeams #SSL
SSL แต่ละเเบรนด์ทั้ง Digicert, Sectico, Entrust ตั้งรับอย่างไร? หลังจากที่ Google ประกาศบล๊อคเว็บไม่ปลอดภัย (2024) เป็นที่รู้กันว่า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2024 Google ผู้พัฒนา Google Chrome และ ทีมรักษาความปลอดภัย ได้ลงประกาศอย่างเป็นทางการ ว่า Chrome Web Browser จะไม่รองรับใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ SSL Certificate เเบรนด์ Entrust และ AffirmTrust นั้น SSL Certificate แบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Entrust ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง รวมถึงแบรนด์อื่นๆ อย่าง DigiCert และ Sectigo ได้ดำเนินเรื่องสื่อสารและมีมาตรการตั้งรับในหลายทาง SSL.in.th ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการ SSL อันดับหนึ่งของประเทศไทย จึงมีความตั้งใจรวบรวมแนวทางตั้งรับและเดินหน้าของแต่ละเเบรนด์ มาอัพเดทอย่างเป็นกลาง เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดตามสถานการณ์ความเป็นไปได่ต่อเนื่องจากจุดเดียว โดยขอเริ่มต้นที่ Entrust ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และหลายคนในที่นี้ซึ่งเป็นลูกค้าของ Entrust อาจมีข้อกังวลว่าควรทำอย่างไร ทางบริษัทฯ แจ้งว่า สำหรับ Entrust TLS Certificate ที่สั่งซื้อและติดตั้งก่อนวันที่ 31 ต.ค. 2024 จะยังคงได้รับการรับรองตลอดอายุการใช้งาน และที่สำคัญ ล่าสุด Entrust ได้ยืนยันว่าได้หาทางออกให้ลูกค้าเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ไร้รอยต่อให้กับลูกค้าที่อาจกังวลถึงผลกระทบนี้ โดยยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2024 ลูกค้าสามารถขอ Public TLS Certificate และรับบริการได้โดยตรงจาก Entrust ต่อไปอย่างปลอดภัย โดยรายละเอียดของทางออกดังกล่าวคือ Certificate ของ Entrust จะออก (issue) โดย SSL.com ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน Google Chrome/ CA เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้ระบบเน็ตเวิร์คในองค์กร การสื่อสารกับลูกค้าภายนอก แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ รวมถึงงานบริการเว็บทั้งหมด ให้กับหน่วยงานเอกชนและภาครัฐในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก ดังนั้นขอให้ลูกค้าของ Entrust มั่นใจในความปลอดภัยและมาตรฐานที่สอดคล้องกับทุกบราวเซอร์อย่างแท้จริง ทั้งนี้นอกเหนือจาก SSL แล้ว Entrust ยังให้บริการผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยไซเบอร์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Entrust Document Signing หรือ Code Signing อีกด้วยหากคุณสนใจบริการและเทียบราคาผลิตภัณฑ์ Entrust สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ SSl Comparison ในส่วนของแบรนด์ DigiCert ผู้นำด้าน Digital Trust ได้นำเสนอดังนี้ ทาง Digicert Inc. ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของ DigiCert มีความปลอดภัยในระดับสูง สอดคล้องกับมาตรฐานต่างๆ อีกทั้งยังทำงานใกล้ชิดกับ CA/ Browser Forum รวมทั้งแบรนด์ชั้นนำต่างๆ เพื่อยกระดับ Digital Trust และเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หากคุณสนใจบริการและเทียบราคาผลิตภัณฑ์ DigiCert สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ SSL Comparison และสำหรับ Sectigo ได้เน้นย้ำมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และบริการของแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับได้มาตรฐานตรงตาม ทาง Sectigo ย้ำว่ามี Sectigo Certificate Manager (SCM) เครื่องมือจัดการที่สามารถจัดการรวมถึงต่ออายุบรรดา Certificate ต่างๆ ได้แบบครบวงจร จึงขอยืนยันว่าการย้ายจาก Entrust มาใช้บริการ Sectigo จะเป็นไปแบบไร้รอยต่อแน่นอน หากคุณสนใจบริการและเทียบราคาผลิตภัณฑ์ Sectigo สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ SSL Comparison และหากคุณสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SSL ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใด สามารถติดต่อ เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น ได้ตลอด 24 ชม. ตามช่องทางเหล่านี้ 📲 Tel: 02 055 1095 📧 Email: support@netway.co.th 👨💻 Web chat: [[URL]]/ 💙 Facebook Messenger: @netway.official https://www.facebook.com/netway.official 💚 Add Line ID: @netway https://bit.ly/line-netwayอ้างอิง: Entrust.com, DigiCert.com, Sectigo.com
AI ช่วยงานอะไรเราได้บ้าง ถ้าเราพูดถึงเรื่อง AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทแทบจะทุกวงการทั้งอุตสาหกรรมการผลิต การเกษตร การเงิน การแพทย์ บันเทิง รวมถึงเรื่องเดินทาง นอกจากนี้ก็ยังมีประโยชน์ช่วยให้การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลเป็นเรื่องสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหลากหลายแง่มุมหรือโลกการทำงานอีกด้วย AI อยู่รอบตัวเรา ตั้งแต่เริ่มตื่นจนถึงนอนหลับ AI ได้เข้ามามีบทบาทและเป็นตัวช่วยในชีวิตเราแบบที่หลายคนอาจไม่รู้ตัว ลองติดตามกันดูนะคะ เริ่มกันตั้งแต่การปลดล๊อคหน้าจอมือถือด้วยเทคโนโลยี Face Recognition ยอมรับไหมคะว่าสิ่งแรกที่หลายคนทำทันทีที่ตื่นนอนคือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเช็คข้อมูล และหลายๆ คนก็ปลดล๊อคมือถือด้วยการสแกนใบหน้า ตัวอย่างที่เราเห็นชัดๆ ก็เช่น Apple Face ID ที่เก็บรายละเอียดจากในหน้าถึง 30,000 จุด และใช้อัลกอริทึ่มของ Machine Learning ในตรวจพิสูจน์ผู้ใช้ โดยเปรียบเทียบใบหน้าที่สแกนเทียบกับภาพที่เก็บเอาไว้ด้วยความแม่นยำ เพื่อที่จะตัดสินว่าคนที่กำลังจะปลดล็อคหน้าจอใช่เจ้าของหรือไม่ ทำให้การตรวจสอบมีความปลอดภัยมากขึ้น ไว ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น AI ในโซเชียลมีเดีย ที่เราเห็นบ่อยๆ ก็อย่างเช่นการช่วยเลือกสื่อทั้งเพลง รูป การจัดวางให้การโพสต์หรือสร้างคอนเทนต์สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และนอกจากนี้ AI ยังช่วยในเรื่องการกรองหรือเลือกข่าวสารที่เหมาะสม ป้องกันความเป็นส่วนตัว และเลือกแนะนำคนที่เราอาจจะรู้จักให้เพิ่มเพื่อน หรือเข้ามาเยี่ยมชมโปร์ไฟล์อีกด้วย AI ในการเขียนอีเมล ทำสไลด์ และทำงานบน Productivity Tool ตัวอย่างเช่น Grammarly ที่ช่วยตรวจตัวสะกด แนะนำคำและรูปแบบประโยคที่เหมาะสม และถูกต้องตามหลักภาษา ย่นเวลาในการสร้างงานเขียนได้แบบลงตัว ใน Productivity Tool ไม่ว่า Microsoft 365 หรือ Google Workspace ต่างก็อัดแน่นมาพร้อมกับ AI ที่ช่วยเดาคำให้เราสะกดถูกต้อง เสนอตัวเลือกดีไซน์ในงานสไลด์ เสนอสูตรคำนวณในงานตาราง โดยที่เราไม่ต้องเริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์แบบยุคก่อนๆ AI ช่วยในการค้นหา และสั่งงานด้วยเสียง ใน Google Search, Google Map, Bing หรือโปรแกรมค้นหาอื่นๆ ต่างก็เอื้อประโยชน์ให้ผู้ใช้อย่างเรา ทั้งพิมพ์ค้นหาด้วยตัวอักษร หรือค้นหาด้วยคำสั่งเสียง หรือด้วยภาพ ช่วยให้การค้นหาเจอคำตอบได้ไวและง่ายยิ่งขึ้น ยิ่งค้นหาบ่อย ก็ยิ่งจะนำเสนอคำตอบได้ตรงและเหมาะสำหรับความต้องการของแต่ละบุคคลมากขึ้น เวลาที่เราสั่งงานด้วยเสียงหรือให้โปรดแกรมค้นหาข้อมูลจากที่เราพูดเป็นภาษาบน Google Map, Siri, Alexa, Google Home, หรือ Cortana เครื่องมือต่างๆที่ว่ามาต่างก็ใช้ Natural Language Processing หรือระบบการประมวลผลภาษาธรรมชาติ โดยมี AI ช่วยประมวลผล และตอบคำถามให้กับผู้ใช้งานเพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำ และเป็นธรรมชาติ AI กับ Smart Home เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ Smart Home ต่างก็มี AI คอยช่วยเรียนรู้ความชอบ ความคุ้นเคยของผู้ใช้ เพื่อให้การบริการและการตอบสนองออกมาได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งเรื่องปรับอุณหภูมิห้อง ปรับระดับความชื้น สั่งงานตามเวลาที่ต้องการ AI กับธุรกรรมการเงิน ระบบธนาคารเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ใช้ AI เข้ามาช่วยเรื่องความปลอดภัยให้ลูกค้ามั่นใจว่าการทำธุรกรรมมีความโปร่งใสและปลอดภัย ทั้งเรื่องสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือ แจ้งเตือนเมื่อถึงรอบชำระ หรือเมื่อมียอดเงินไม่เพียงพอ การล๊อคอิน ไปจนถึงการนำเสนอบริการที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย AI กับความบันเทิง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็อย่างเช่น Netflix ที่แนะนำตัวเลือกหนังหรือซีรีส์ได้เข้ากับความชอบหรือพฤติกรรมการเข้าใช้งานของแต่ละคน (Personalization) รวมถึงการเก็บข้อมูลประวัติการเข้าชม ตัวเลือกนักแสดงหรือแนวหนังที่ชอบ แม้กระทั่งระยะเวลาที่ดูหนังเพื่อนำไปเรียนรู้และนำเสนอได้ตรงใจยิ่งขึ้น เครื่องมือที่มี AI ควรรู้ไว้จะได้ไม่เอ้าท์ Microsoft Teams (ราคาเริ่มต้น: ฟรี) See Plan & Pricing มี AI ช่วยอัดวิดีโอการประชุมให้แบบอัตโนมัติ เดาคำในการถอดคำพูดได้แบบเรียลไทม์ ช่วยสรุปเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น สรุปใจความสำคัญในการประชุม และสามารถตั้งค่าให้เข้าร่วมการประชุมอัตโนมัติได้ รองรับหลากหลายภาษารวมถึงภาษาไทย และที่สำคัญคือได้รับการไว้วางใจจากผู้ใช้งานทั่วโลกมานาน Microsoft Edge + Bing (ฟรี) New Microsoft Edge experience เปิดตัวพร้อมกับ New Bing ที่มีแชทบอทและฟังก์ชันหลากหลายจากเทคโนโลยีของ ChatGPT ด้วยความร่วมมือกันของ Microsoft และ OpenAI ตัวอย่างที่เห็นว่าเวิร์คก็เช่น สามารถขอสรุปรายงานทางการเงินแบบยาวเพื่อรับข้อมูลสำคัญ จากนั้นใช้ฟังก์ชันแชทเพื่อขอข้อมูลเปรียบเทียบกับข้อมูลทางการเงินของบริษัทคู่แข่งและบันทึกข้อมูลในเอกสารโดยอัตโนมัติ ทั้งยังสามารถขอให้ Edge ช่วยเขียนเนื้อหา เช่น โพสต์บน LinkedIn หลังจากนั้น สามารถขอให้ช่วยอัปเดตโทน รูปแบบ และความยาวของโพสต์ได้ ซึ่ง Edge สามารถเข้าใจหน้าเว็บที่เปิดอยู่และปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้ Microsoft 365 (ราคาเริ่มต้น: 1,320THB/ผู้ใช้/ปี) See Plan & Pricing ตัวอย่าง AI ใน Microsoft 365 อยู่ในชุด Office เช่น Word , Excel , Power Point ที่ช่วยในการจัดทำเอกสาร แปลงเสียงเป็น Text ใน Word ในการ Scan ภาพเป็น Text ใน Power Automate และอื่น ๆ อีกมากใน Power Platform (Power BI, Power Automate, Power Apps, etc.) ที่ช่วยให้การประมวลผลและทำงานได้รวดเร็วและเป็นอิสระ เกิดประสิทธิภาพในการทำงานระดับองค์กร และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างแท้จริง Google Workspace (ราคาเริ่มต้น: 1,320THB/ผู้ใช้/ปี) See Plan & Pricing มี AI ช่วยสรุปประเด็นสำคัญเพื่อประหยัดเวลาอ่าน และไม่พลาดข้อมูลสำคัญบน Google Docs และ Google Chat โดยการประชุม Zoom ใน Google Meet มีระบบบันทึกเสียงและแปลงเป็นตัวอักษร ไม่ต้องจดเอง สะดวกสุด ๆ และ AI ยังช่วยให้การแชร์ไฟล์ภาพ เอกสาร หรือคอนเทนต์ต่างๆ ใน Google Meet ได้อย่างคมชัด สวยงาม แถมยังแปลคำบรรยายสด ให้คุยกับเพื่อนร่วมงานต่างชาติได้อย่างลื่นไหล (ยังไม่สามารถแปลภาษาไทยได้) ทำให้การทำงานเป็นอะไรที่คล่องตัวทุกขณะ ถ้าคุณสนใจอยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ AI ที่จะช่วยให้ชีวิตในยุคดิจิทัลดีขึ้นได้อย่างไร หรือมี Tool ใดบ้างที่จะช่วยให้งานคุณเสร็จไวและมีประสิทธิภาพด้วย AI สามารถติดต่อขอรับข้อมูลกับ Netway Communication ได้ 24 ชม. ผ่านช่องทางต่อไปนี้ 📲: 02 055 1095 📧: support@netway.co.th 👨💻Web chat: [[URL]]/ 💙Facebook Messenger: @netway.official https://www.facebook.com/netway.official 💚Add Line ID: @netway https://bit.ly/line-netway อ้างอิง: ibcon, Microsoft
Copilot บน OneDrive ค้นหา ช่วยสรุป ง่ายแค่คลิ้กเดียว! Copilot เป็นผลิตภัณฑ์จาก Microsoft 365 เป็นซอฟท์แวร์ที่ช่วยในการทำงานภายในแอป Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, OneDrive และอื่นๆ เช่นการค้นหา สรุป เรียบเรียงข้อมูลในเอกสารได้ง่ายขึ้นในที่นี้เรามาทำความรู้จักกับ Copilot on OneDrive กันบ้าง การใช้งาน Copilot บนโปรแกรม OneDrive เราสามารถพิมพ์เสิร์ชข้อมูลได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดไฟล์ใดๆ รวมถึงเจ้า Copilot ยังช่วยสรุปคำตอบจากไฟล์ต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาไว้ทีเดียว! หากบริษัทคุณมีข้อมูลที่เยอะมาก และมีจัดเก็บแบบกระจาย หลายทีม หลาย Project ใช้เวลาค้นหาข้อมูลเพื่อเขียนสรุปก็หลายชั่วโมง การใช้งาน Copilot จะทำให้งานของคุณง่ายกว่า เร็วกว่า และสบายกว่า ด้วย Microsoft Copilot for Microsoft 365 หากการค้นหาไฟล์ และสรุปผล เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ต้องเปิดหลายไฟล์ ดูหลายชีท Copilot จะช่วยให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น โดยหากคุณตั้งคำถาม หรือเสิร์ชข้อมูลใดๆบน OneDrive หรือสั่งให้ Copilot ช่วยสรุปโปรเจค สรุปการประชุม Copilot จะเข้าไปขุดคุ้ยไฟล์ที่อยู่ในแต่ละ Folder ทุกซอกทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไฟล์ DOC, DOCX, FLUID, LOOP, PPT, PPTX, XLSX, PDF, ODT, ODP, RTF, ASPX, RTF, TXT, HTM,หรือ HTML ก็ตาม ตัว Copilot ก็จะเข้าไปอ่านข้อมูลต่างๆและช่วยคุณสรุปออกมาเป็นเนื้อหาที่เข้าใจง่าย เพียงแค่คลิ้กเดียว! ถาม-ตอบ เกี่ยวกับ Copilot ใน OneDrive Q: ขณะนี้ Copilot ใน OneDrive พร้อมใช้งานที่ใด A: ขณะนี้ Copilot ใน OneDrive พร้อมใช้งานบนเว็บ OneDrive สําหรับผู้ใช้เชิงพาณิชย์เท่านั้น Q: Copilot ใน OneDrive จะพร้อมใช้งานเมื่อใด A: Copilot ใน OneDrive กําลังทยอยเปิดตัวอยู่ในขณะนี้ และอาจยังไม่พร้อมให้ใช้งานโดยสมบูรณ์สําหรับผู้ใช้หรือองค์กรทั้งหมด Q: เปิดใช้งาน Copilot ใน OneDrive ได้อย่างไร A: Copilot ใน OneDrive รวมชุดมาเป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft Copilot ในแพลตฟอร์ม Microsoft 365 และเปิดใช้งานสําหรับผู้ใช้ที่มีสิทธิ์การใช้งานเสมอ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดใช้งาน Copilot ในองค์กรของคุณ คลิก เปิดใช้งานผู้ใช้สำหรับ Microsoft Copilot สำหรับ Microsoft 365 Q: ปิดใช้งาน Copilot ใน OneDrive สําหรับองค์กรได้อย่างไร A: Copilot ใน OneDrive สามารถปิดใช้งานได้โดยผู้ดูแลระบบของคุณ (หรือผู้ดูแลระบบในองค์กร) โดยการยกเลิกการเลือก Microsoft Copilot ใน SharePoint จากส่วนการจัดการ Microsoft 365 Q: สามารถควบคุมสิ่งที่ Copilot มีสิทธิ์เข้าถึงภายใน OneDrive ของฉันได้หรือไม่ A: Copilot ใช้ไฟล์ของคุณและเป็นไฟล์ที่คุณมีสิทธิ์ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาเชิงลึกแก่คุณ สามารถเปิดใช้งาน Copilot ได้เฉพาะบนไฟล์ที่คุณเลือกใน OneDrive เท่านั้น Q: ไฟล์ใดที่ Copilot สามารถเข้าถึงได้ A: Copilot สามารถเข้าถึงได้เฉพาะไฟล์ที่คุณมีสิทธิ์เท่านั้น ซึ่งรวมถึงไฟล์ใน OneDrive ของคุณและไฟล์ในองค์กรที่แชร์ให้กับคุณ ซึ่งการใช้ Copilot ส่วนใหญ่จะทำงานได้ดีกับเอกสารที่ประกอบด้วยข้อความ Q: ไฟล์ใดที่ Copilot ไม่สามารถเข้าถึงได้ A: Copilot ยังไม่ซัพพอร์ตประเภท รูปภาพ วิดีโอ และไฟล์ลักษณะนี้ประเภทอื่นๆ Q: Copilot สนับสนุนไฟล์ประเภทใดบ้าง A: - ไฟล์เอกสาร Office: DOC, DOCX, PPT, PPTX, XLSX - ไฟล์รูปแบบใหม่ของ Microsoft 365: FLUID, LOOP - ไฟล์รูปแบบสากล: PDF, TXT, RTF - ไฟล์เว็บ: ASPX, HTM, HTML - ไฟล์รูปแบบ OpenDocument: ODT, ODP Q: ข้อจํากัดของ Copilot ใน OneDrive คืออะไรบ้าง A: 1. ปัจจุบัน การดําเนินการหลายไฟล์ เช่น การสรุป การเปรียบเทียบ การถามตอบ ถูกจํากัดไว้ที่ 5 ไฟล์ 2. Copilot ใน OneDrive สนับสนุนไฟล์ข้อความ เอกสาร, งานนําเสนอ, สเปรดชีต, PDFส่วนไฟล์ยังไม่สนับสนุน เช่น - รูปภาพ - การบันทึกการประชุมและวิดีโออื่นๆ - สมุดบันทึก OneNote3. การถามตอบของโฟลเดอร์ยังไม่ได้รับการสนับสนุน 4. จํากัดเฉพาะไฟล์ที่มีขนาดต่ำกว่า 150 MB เท่านั้น** ทั้งนี้ทาง Microsoft กำลังดำเนินการพัฒนา และจะมีการสนับสนุนเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หากสนใจ Microsoft Copilot for Microsoft 365 หรือมีข้อสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อฝ่ายขายได้ทันทีได้ที่ 📲 Tel: 02 055 1095 📧 Email: support@netway.co.th 👨💻 Web chat: [[URL]]/ 💙 Facebook: @netway.official https://www.facebook.com/netway.official 💚 Line ID: @netway https://bit.ly/line-netway อ้างอิง: Microsoft
เทคนิคการแยกคอลัมป์ คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล ใน Excel ด้วยคีย์ลัด วันนี้ขอแนะนำเทคนิคการแยกคอลัมป์คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล ด้วยคีย์ลัด ใน Excel เวอร์ชั่นของแอป (Apps) Microsoft 365 โดย Excel นั้นเดิมจะมีวิธีแยกคอลัมป์ คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล ที่ทำได้หลายวิธี อย่างในเวอร์ชั่นเก่าๆ วิธีใช้เช่น Formulas, หรือเมนูข้อมูล (Data) ซึ่งต้องเลือกคลุมข้อมูลและไปจัดการอีกหลายขั้นตอน ส่วนใน Excel เวอร์ชั่นใหม่ๆ ใน Microsoft 365 สามารถใช้เมนู Data >> Flash Fill และคีย์ลัดได้ ในที่นี้เราขอแนะนำการใช้คีย์ลัดเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วอีกวิธีหนึ่ง มาดูว่าเราต้องสังเกตอะไรจากข้อมูลที่เราได้มา ตัวอย่างข้อมูล จากตัวอย่าง หลักการใช้คีย์ลัดแยกข้อมูล (Ctrl+e) คำนำหน้า ชื่อ สกุล ต้องเว้นวรรค และต้องไม่มีการรวมช่องตาราง (Merge Cell) ที่ซับซ้อน อีกทั้งการคัดลอก/วาง (Copy/Paste) ต้องวางให้ตรงกับแถว (Row) ที่คัดลอกมา ** กรณีข้อมูลติดกันไม่เป็นตามนี้ หากมีข้อมูลจำนวนมากต้องใช้วิธีการอื่นช่วยก่อน เช่น คำนำหน้าเขียนติดกับชื่อ เช่น "นายปทินญา" ต้องเป็น "นาย ปทินญา" โดยใช้วิธีค้นหาและใส่เว้นวรรคให้ก่อน - เมนู Home >> ปุ่ม Find & Select >> Replace - Find and Replace คำว่า "นาย" และแทนที่ "นาย " (เว้นช่องว่างหลังคำว่า นาย) - กดปุ่ม Replace All (ทำซำ้แบบเดิม นาย นางสาว นาง และคำนำหน้าอื่นๆ จนครบ) วิธีแยกคอลัมป์ คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล ใน Excel ด้วยคีย์ลัด (Ctrl+e) 1. เข้าใช้งาน Excel - สร้างตัวอย่างข้อมูลใน Excel 2. คัดลอก (copy) : ในข้อมูล เลือกคำว่า นาย แล้วกด Ctrl+c 3. วางข้อมูล : คลิกช่องว่าง (Cell) แถวแนวนอน (Row) เดียวกัน ตรงคอมลัมป์ถัดไป แล้ว กด Ctrl+v 4. การแยก คำนำหน้า : จากรูปด้านล่าง คลิกช่อง (Cell) ใดก็ได้ภายในคอลัมป์เดียวกัน เช่น คลิกช่องว่าง (Cell) ด้านล่าง แล้วกด Ctrl+e (หรือกด Ctrl+v และ Ctrl+e ต่อเนื่องไปเลยก็ได้) 5. แยกชื่อ ให้ทำซำ้แบบเดิม : คัดลอกชื่อ ไพรัช ในข้อมูลตัวอย่าง โดยกด Ctrl+c 6. คลิกช่องว่าง (Cell) เพื่อวางข้อมูล ให้ตรงแถวเดียวกัน ในคอลัมป์ชื่อตามรูป โดยกด Ctrl+v 7. การแยกชื่อ : จากรูปด้านล่างให้คลิกแถว (Row) ถัดลงมา แยกคำโดยกด Ctrl+e หรือกด Ctrl+v และ Ctrl+e ต่อเนื่องไปเลยก็ได้ 8. ทำซำ้แบบเดิม โดยแยก นามสกุล จนเสร็จเรียบร้อย เราก็จะได้ชุดข้อมูลที่แยกคอลัมป์กันสามารถต่อยอดเพื่อดึงข้อมูลไปใช้งานในระบบฐานข้อมูล (Database) ในโปรแกรมอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น หากคุณต้องการแพลตฟอร์มการทํางานบนระบบคลาวด์ ที่เน้นเรื่องการจัดการระบบข้อมูลเอกสารภายใต้แอปต่างๆ เช่น Excel, PowerPoint, Word, SharePoint, OneDrive และแอปอื่นๆ ที่ใช้ในองค์กร เรามีผลิตภัณฑ์จาก Microsoft 365, Microsoft Teams สามารถตอบโจทย์ท่านได้ หากสนใจติดต่อสอบถามได้ที่เน็ตเวย์ เรายินดีให้บริการค่ะ ติดต่อ Netway Communication ได้ตลอด 24 ชม. ผ่านช่องทาง Email: support@netway.co.th Tel: 02 055 1095 Line ID: @netway